มงมาร์ต (Montmartre) หมู่บ้านเล็กๆในเมืองใหญ่อย่างปารีส

มงมาร์ต (Montmartre)

การเดินทาง : เมโทรสาย 12 ลงที่สถานี Abbesses

มงมาร์ตเปรียบเหมือนหมู่บ้านเล็กๆในเมืองใหญ่อย่างปารีส การเดินดูหมู่บ้านน้อยๆนี้อาจต้องวางแผนให้รัดกุมเพื่อที่จะเดินได้ทั่วถึง ขึ้นเมโทรสาย 12 Mairie dissy-Porte de la Chapelle ลงที่สถานี Abbesses ซึ่งน่าจะเป็นสถานีที่อยู่ลึกที่สุดในปารีส เพราะต้องเดินขึ้นบันไดหลายชั้นอยู่ ระหว่างทางขึ้นจากเมโทรจะมีรูปวาดไว้ให้ดูเพลินๆเต็มผนัง แต่ถ้าคิดว่าไม่เพลินแน่อยากแนะนํา ให้ใช้ลิฟต์เพื่อประหยัดพลังงานไว้ปีนเขาต่อไป เมื่อขึ้นมาถึงทางเข้าสถานีนี้แล้วอย่าลืมถ่ายรูปร่วมกับซุ้มทางเข้าที่เป็นศิลปะแบบอาร์ต นูโว ออกแบบโดยเฮคเตอร์ กีมาร์ด (Hector Guimard) ซึ่งมีเหลือไม่มากแล้วในปารีส Continue reading มงมาร์ต (Montmartre) หมู่บ้านเล็กๆในเมืองใหญ่อย่างปารีส

เที่ยวชมโอแตล เดอ อองวาลิเดส (Hotel des Invalides) และพิพิธภัณฑ์ดอร์เซ (Musée d’Orsay)

โอแตล เดอ อองวาลิเดส (Hotel des Invalides)

การเดินทาง : เมโทรสาย 6, 8 และ 10 สถานี Ecole Militaire เมโทรสาย 8 สถานี La Tour Maubourg

หลังคาโดมสีทองตระหง่านอยู่ไม่ไกลจากหอไอเฟลได้แบบมาจากวิหารแซงต์ ปีเตอร์ในโรม อาคารหลังนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็น โรงพยาบาลและที่พักสําหรับทหารเจ็บป่วยตั้งแต่สมัยพระเจ้าหลุยส์ ที่ 14 หลุยส์-ฟิลิปปสั่งให้นําศพของนโปเลียนกลับมาจากเกาะ แซงต์ เฮเลนหลังจากที่ตายไปแล้ว 19 ปี มีการทํานุบํารุงโบสถ์ซ่อมแซมโดมในแซงต์ เฌอโรม ชาแปล (St. Jerome Chapelle) เมื่อเสร็จแล้วจึงนําศพของนโปเลียนมาวางตระหง่านอยู่ใต้โคมนี้ นอกจากนโปเลียนแล้วยังมีทหารผู้กล้าอีกมากที่นอนพักอยู่ที่อองวาลิเดอสแห่งนี้ Continue reading เที่ยวชมโอแตล เดอ อองวาลิเดส (Hotel des Invalides) และพิพิธภัณฑ์ดอร์เซ (Musée d’Orsay)

วิหารนอเตรอะ ดาม (Cathédrale Notre Dame de Paris) มหาวิหารคู่บ้านคู่เมืองของปารีส

วิหารนอเตรอะ ดาม (Cathédrale Notre Dame de Paris)

การเดินทาง : เมโทรสาย 4 สถานี Cite, เมโทรสาย 7 สถานี Chatelet หรือ Pont Marie RER สาย B, C สถานี St. Michel Notre Dame

วิหารนอเตรอะ ดามนี้เปรียบเสมือนวัดพระแก้วของไทย เป็นวิหารคู่บ้านคู่เมืองของปารีสและฝรั่งเศสอยู่บนเกาะซีเตจุดกําเนิดประวัติศาสตร์ของปารีสและฝรั่งเศส สร้างขึ้นบนจุดที่ชาวโรมัน สร้างวัดเพื่อบูชาเทพจูปิเตอร์แต่ดั้งเดิม วิหารนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิก (Gothic) ใช้แผนผัง อย่างง่ายๆเรียกว่า Golden Section อิฐก้อนแรกๆที่นํามาสร้างวิหารนี้นํามาจากซากหินของพวกโรมันบนฝั่งซ้ายของแม่น้ำ เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 528 โดยพระเจ้าชิลด์แบร์ต (Childebert) แห่งราชวงศ์แมโรวิเฉียง (Merovigian) แต่โบสถ์เดิมพังลงเมื่อปี ค.ศ. 1159 รัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 มอริส เดอ ซูลลี (Maurice de Suly) ดําริจะสร้างโบสถ์ประจําเมืองให้ยิ่งใหญ่ โดยรวมวัดสองวัดคือนอเตรอะ ดาม กับแซงต์ เอแตงน์ (St. Eteinne) เข้าไว้ด้วยกัน กว่าจะลุล่วงใช้เวลาไปถึง 200 ปี

จากนั้นมามหาวิหารนี้ได้รับการสร้างต่อเติมและทะนุบํารุงมาเป็นระยะๆ ตลอดเวลาในประวัติศาสตร์ แต่มีบางช่วงที่ถูกละเลยจนทรุดโทรม จนกระทั่งวิคเตอร์ ฮูโกนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศสเขียนเรื่อง The Hunchback of Notre Dame ในปี ค.ศ. 1831 จึง ทําให้คนหันมาสนใจวิหารหลังนี้ขึ้นมาอีก และเป็นเหตุให้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1844 ในรัชกาลของหลุยส์ ฟิลิปป์ (Luois Phillippe)

ก่อนเข้าโบสถ์จะเห็นลานข้างหน้าเรียกว่าปลาซ ดู ปาร์วิส นอเตอระ ดาม (Place du Parvis-Notre Dame) มีแผ่นทองเหลือง ฝังอยู่เป็นหลักกิโลเมตรศูนย์ของฝรั่งเศส เป็นจุดวัดระยะไปยังที่ ต่างๆ ทั่วประเทศ อย่าลืมแหงนหน้าขึ้นดูรูปปั้นที่รายล้อมอยู่บนตัววิหารนั้น เป็นเหล่านักบุญที่สําคัญๆในคริสต์ศาสนา องค์ที่เด่นเห็นจะเป็น แซงต์ เดนิสที่ยืนถือหัวตัวเองอยู่ การเดินเข้าโบสถ์หรือวิหารอย่างคริสต์นั้นมีธรรมเนียมว่าต้องเดินเข้าทางซ้ายและเดินออกทางขวา เพราะคําว่าซ้ายในภาษาลาตินคือ Sinister แปลได้อีกอย่างว่าบาป เมื่อเข้าไปชําระบาปในโบสถ์แล้วได้ความบริสุทธิ์คืนมาจึงวนออกประตูทางขวา สิ่งสําคัญที่ต้องดูเมื่อเข้าไปในโบสถ์คือ Rose Windows กระจกหลากสีที่เรียกว่าสเตนกลาส (Stained Glass) ชิ้นที่สวยงาม เลื่องลือคือแผ่นที่อยู่ด้านเหนือของโบสถ์ ทําลวดลายเป็นเรื่องราวจากพระคัมภีร์เก่า มีพระราชาและผู้วิเศษทั้งหลายอยู่ครบครัน เมื่อแดดส่องลอดกระจกเข้ามา แสงที่กรองผ่านกระจกหลากสีนั้นสวยเกินจริง กระจกสีบานเล็กๆ เหล่านี้เป็นอุบายเล่าเรื่องด้วยภาพที่พระและผู้มีความรู้ในสมัยโบราณเมื่อ 600-700 ปีที่ผ่านมาพยายามหาทางสื่อสารกับประชาชนทั่วไปที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ประโยชน์ สองนัยคือใช้เป็นเครื่องตกแต่งโบสถ์และนําแสงสว่างเข้ามาภายใน ด้วยความรู้ทางการช่างที่จํากัดไม่สามารถทําหน้าต่างกว้างๆหรือกระจกแผ่นใหญ่ๆได้ จึงทําช่องแสงให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทําได้ แล้วแบ่งกระจกออกเป็นแผ่นเล็กๆเกาะอยู่กับโครงสร้าง แทนที่จะทำเป็นกระจกขาวๆนิ่งๆ

ในศตวรรษที่ 13 พระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ทรงเทพระราชทรัพย์ในพระคลังซื้อมงกุฎหนาม ตะปูและชิ้นไม้ที่เชื่อว่าแบ่งมาจากไม้กางเขนอันจริงที่ใช้ตรึงพระเยซูจนถึงพระชนมชีพมาเป็นสิริมงคลแก่ประเทศชาติและทรงโปรดเกล้าให้สร้างวิหารแซงต์ ชาแปล (Sainte Chapelle) ขึ้นเป็นที่สักการบูชา ต่อมาจึงได้อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดมาประดิษฐานไว้ที่มหาวิหารนอเตรอะ ดามแห่งนี้ มงกุฎหนาม ตะปูและชิ้นไม้กางเขนนําออกให้คนถวายสักการะ เฉพาะวันกู้ด ฟรายเดย์ (Good Friday)

หากอยากขึ้นไปแกะรอย The Hunchback of Notre Dame หรือทักทายกับการ์กอยล์ (Gargoyle) ที่อยู่บนหลังคา มองลงมาจะ เห็นวิวแม่น้ำแซน และเกาะซีเตที่เก่าแก่ ต้องใช้ประตูที่อยู่ด้านนอก เมื่อหันหน้าเข้าวิหารประตูนี้จะอยู่ทางขวา

มหาวิหารเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันตั้งแต่เวลา 07.45 -18.45 น.

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet

เที่ยวเลอ การดีเยร์ ลาแดง และฝั่งซ้ายของแม่น้ำแซน สวนสวยสุดโรแมนติกของปารีส

เลอ การดีเยร์ ลาแดง และฝั่งซ้ายของแม่น้ำแซน (Le Quartier Latin et Rive Gauche)

การเดินทาง : เขต 5 และ 6 เมโทรสาย 4 สถานี St. Michele

การ์ติเยร์ ลาแตงบนฝั่งซ้ายของแม่น้ำเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเมื่อโรมันครองเมือง ซอกเล็กซอยน้อย ถนนหนทางที่ปูด้วยหินก้อนหนาๆยังมีปรากฏให้เห็นอยู่มาก ทําให้เผลอนึกไปได้ไม่ยากว่ากําลังหลุดยุคเข้าไปอยู่ในศตวรรษก่อนๆ ถ้าเพียงไม่ได้เหลือบไปเห็นป้ายแมคโดนัลด์หรือร้านเดอะ แก๊ป (The Gap) ที่บ่งบอกถึงทั้งสัญชาติและการรุกทางเศรษฐกิจอย่างนิ่มๆของชาวนกอินทรีที่ทําให้อารมณ์ขาดช่วงเอาได้ง่าย Continue reading เที่ยวเลอ การดีเยร์ ลาแดง และฝั่งซ้ายของแม่น้ำแซน สวนสวยสุดโรแมนติกของปารีส

หอไอเฟล (Tour Eiffel) สัญลักษณ์ของมหานครปารีสและยุโรป

หอไอเฟล (Tour Eiffel)

การเดินทาง : เมโทร สาย 6 และ 9 สถานี Trocadero รถเมล์ สาย 42, 69, 72, 82, 87

ต้องขอยกย่องให้ไอเฟลเป็นพระเอกของปารีสหรือแม้แต่ของยุโรปเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ที่เห็นปุ๊ปจะรู้ปั๊บว่านี่คือไอเฟล นี่คือปารีส และนี่คือยุโรป รูปหอไอเฟลที่ปรากฏตัวอย่าง ดาษดาตามถ้วยชามรามไห กล่องกระดาษ หรือสิ่งละอันพันละน้อยประดามีในโลก เป็นการสื่อสารที่ไร้ถ้อยคําแต่ได้ใจความที่กระชับยิ่งสิ่งใด รูปที่ใช้โฆษณาการท่องเที่ยวปารีสหรือยุโรปจะเร้าอารมณ์ไม่ได้ดังหมายหากขาดรูปหอไอเฟลไป Continue reading หอไอเฟล (Tour Eiffel) สัญลักษณ์ของมหานครปารีสและยุโรป

Place des Vosges, Marais จัตุรัสที่สวยที่สุดในยุโรป


ปลาซ เด วอสช์ และเขตมาเรส์ (Place des Vosges, Marais)

การเดินทาง: เมโทรสาย 1, 5 และ 8 สถานีบาสตีย์

บางคนว่าจัตุรัสในเขตมาเรส์นี้เป็นจัตุรัสที่สวยที่สุดในยุโรป แต่ที่แน่ๆปลาซ เด วอสช์ (Place des Vosges, Marais) นี้เป็นจัตุรัสเก่าแก่ที่สุดของเมือง สร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 ที่ตั้งของปลาซ เด วอสช์นี้เคยเป็นวังของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 2 และพระนางแคทเธอรีน เดอ เมดิซีมาก่อน เรียกว่าปลาซ โรยาล (Place Royale) เป็นโครงการที่พักอาศัยแห่งแรกในปารีสที่คํานึงถึงความรื่นรมย์ของผู้อยู่ เมื่อแรกเริ่มพระเจ้า เฮนรี่ที่ 4 ต้องการให้เป็นที่อยู่ของคนงานทําชุดชั้นในให้พระราชินี ของพระองค์ แต่โปรเจ็คนี้สวยเกินห้ามใจพวกเจ้าขุนมูลนายเศรษฐีและเหล่าคหบดีจึงย้ายเข้ามาอยู่แทน ในสมัยก่อนนั้นปารีสหรือนครหลวงทั้งหลายในยุโรปไม่ได้มีสภาพเหมือนในปัจจุบัน บ้านเมืองในยุคกลางแออัดสับสน รถม้าวิ่งวุ่นวายชนกับคน ไม่มีพื้นที่สีเขียวให้คนพักผ่อน พระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 เป็นพระองค์แรกที่คิดวางแผนพัฒนาชุมชนแบบนี้ขึ้น Continue reading Place des Vosges, Marais จัตุรัสที่สวยที่สุดในยุโรป

ประตูชัย (Arc de Triomphe) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของกองทัพฝรั่งเศส

ประตูชัย (Arc de Triomphe)

การเดินทาง : เมโทรสาย 1, 2, 6 ลงที่สถานี Charles de Gaule Etoile รถเมล์สาย 73

ประตูชัยนี้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่เด่นชัดของปารีส นโปเลียนสั่งสร้างอนุสาวรีย์แห่งนี้ขึ้นเพื่อประกาศความเกรียงไกรของกองทัพฝรั่งเศสหลังจากชนะสงครามที่ออสเตอร์ลิทซ์ (Austerlitze) ในปี ค.ศ. 1806 กว่าจะแล้วเสร็จก็ล่วงไปจนถึงปี ค.ศ. 1836 นโปเลียนไม่ได้ฉลองประตูอย่างที่คาดหวัง ยกเว้นในงานแต่งงานครั้งที่ 2 กับเจ้าฟ้าหญิงมารี หลุยส์ แห่งออสเตรีย (Marie Louise of Austria) แต่ทําได้เพียงแค่พาเจ้าสาวลอดประตูผ้าใบจําลองในปี ค.ศ. 1810 มาได้ใช้ประตูตอนที่เสร็จสมบูรณ์ก็เมื่อสิ้นลมเหลือแต่ร่าง เมื่อรัฐบาลฝรั่งเศสนําร่างนโปเลียนกลับมาจากเกาะแซงต์ เฮเลน (St. Helen) ที่ถูกเนรเทศไปอยู่จนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต ขบวนแห่ศพผ่านประตูชัยนี้ก่อนนําร่างไปพักผ่อนชั่วนิรันดร์ที่อองวาลิเดส (Invalides) Continue reading ประตูชัย (Arc de Triomphe) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของกองทัพฝรั่งเศส

สถานที่ท่องเที่ยวน่าเช็คอินรอบๆเมืองปารีส

ปลาซ เดอ ลา กงกอร์ด (Place de la Concorde)

การเดินทาง : เมโทรสาย 1, 8, 12 ลงที่สถานี Concord

เป็นจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในปารีส สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าหลุยส์ ที่ 15 มีโอเบลิสค์แห่งลักซอร์ (Obelisk of Luxor) ตั้งตระหง่านอยู่กลางลาน พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารี อังตัวเนต ประกอบพิธีแต่งงานที่จัตุรัสนี้และจบชีวิตลงด้วยคมกิโยตินที่จัตุรัสแห่งนี้ด้วยเช่นกัน ลานนี้เป็นลานประหารนักโทษในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส ช่วงนั้นเปลี่ยนชื่อเป็นปลาซ เดอ ลา เรโวลูติยง (Place de la Revolution) เปลี่ยนชื่อกลับมาเป็นปลาซ เดอ ลา กงกอร์ด-ลานแห่งความสันติภาพอีกครั้งในสมัยพระเจ้าหลุยส์ ฟิลิปป์ Continue reading สถานที่ท่องเที่ยวน่าเช็คอินรอบๆเมืองปารีส

เกาะซีเตและเกาะแซงต์ หลุยส์ จุดกำเนิดเล็กๆของชนชาติฝรั่งเศส


เกาะซีเตและเกาะแซงต์ หลุยส์ (île de la Cité et Île St. Louis)

ประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 2,000 ปีของปารีสและฝรั่งเศสอัดแน่นอยู่บนเกาะซีเตอันเป็นจุดกําเนิดเล็กๆของชนชาติที่ยิ่งใหญ่นี้ บนเกาะนี้นอกจากจะเป็นที่ตั้งของสถานที่สําคัญๆมากมายแล้ว พื้นที่ทุกตารางนิ้วบนเกาะก็มีความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าสถานที่เหล่านั้นเลย Continue reading เกาะซีเตและเกาะแซงต์ หลุยส์ จุดกำเนิดเล็กๆของชนชาติฝรั่งเศส

ชวนเที่ยวลูฟวร์และปงต์ เด ซาร์ต พิพิธภัณฑ์และสถาปัตยกรรมสุดอลังที่คนรักศิลปะห้ามพลาด

เขต 1

ลูฟวร์ (Louvre) เมโทร สาย 1 และ 7 สถานี Musée du Louvre รถเมล์ สาย 21, 24, 27, 39, 48, 68, 69, 72, 81, 95

ชื่อนี้อยู่คู่ปารีสมาชั่วฟ้าดินสลาย ถ้าจะนับกันเห็นจะต้องบอกว่าลูฟวร์กําเนิดขึ้นมาในสมัยเดียวกับลายสือไทยของเรา เดิมพระเจ้าฟิลิปป์ ออกุสตุสสร้างลูฟวร์ให้เป็นป้อมปราการ อยู่กันไปอยู่กันมามีการย้ายวังออกจากเกาะซีเตมาอยู่ที่ลูฟวร์ จึงมีการต่อเติมเพิ่มขยายกันเรื่อยมาหลังจากนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่พระราชวังนี้เป็นวังที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถ้าพิจารณาพื้นที่ในหมู่ตึกทั้งหลายในปารีสด้วยกันแล้ว ความใหญ่ของลูฟวร์กินขาดใครๆเขาทั้งสิ้น Continue reading ชวนเที่ยวลูฟวร์และปงต์ เด ซาร์ต พิพิธภัณฑ์และสถาปัตยกรรมสุดอลังที่คนรักศิลปะห้ามพลาด