Shopping is cheaper than therapy! ตะลุยช้อปตั้งแต่ย่านตลาดขายของมือสองยันห้างหรูใจกลางเมืองปารีส

ถนนชองป์ เซลิเซส์ (Avenue des Champs Elysees)

พิกัดร้าน : เมโทรสาย 1 ลงที่สถานี Concorde แล้วเดินมาทางประตูชัย หรือลงที่ Charles de Gaulle Etoile แล้วเดินไปทางปลาซ เดอ ลา กงกอร์ด

เมื่อลงจากประตูชัยสัญลักษณ์ของชัยชนะแห่งปารีสแล้ว ให้ มุ่งหน้าสู่ถนนชองป์ เซลิเซส์ เป็นอีกจุดหมายปลายทางที่ “ต้องไป” มองให้รู้ดูให้เห็น แม้ว่าถนนสายนี้จะมิได้เป็นอนุสรณ์สถานที่เป็นชิ้น เป็นอัน หรือเป็นเครื่องประกาศเกียรติคุณอย่างใดอย่างหนึ่งของปารีสหรือชนชาติฝรั่งเศส แต่ชองป์ เซลิเซส์นี้เป็นถนนที่ต้องไปเดิน ไปสัมผัสเพื่อให้ได้กลิ่นไอของเมืองหลวงแห่งนี้ ชองป์ เซลิเซส์นี้เริ่มเป็นถนนแฟชั่นตั้งแต่สมัยมารี เดอ เมดิชี มเหสีของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 ต่อมา เลอ โนเตรอะ (Le Notre) วางแผนจัดภูมิทัศน์เพิ่มความงดงามให้แนวถนนด้วยสวนหย่อมและไม้ดอกไม้ใบในปี ค.ศ. 1616 มีการปรับปรุงเรื่อยมาด้วยการจัดวางน้ำพุ เพิ่มบาทวิถี ร้านกาแฟ ภัตตาคาร เป็นถนนสายแรกๆที่มีการติดไฟในยามวิกาล จนเป็นที่มาของฉายาว่า City of Light แต่เดิมนั้นติดไฟด้วยจุดประสงค์เพื่อกําจัดโจรผู้ร้ายและการลักเล็กขโมยน้อยบนท้องถนน Continue reading Shopping is cheaper than therapy! ตะลุยช้อปตั้งแต่ย่านตลาดขายของมือสองยันห้างหรูใจกลางเมืองปารีส

Midnight in Paris เสพย์ศิลปะการแสดงสุดตระการตาที่โอเปร่าเฮาส์ จิบค็อกเทลเพลินๆพร้อมฟังเพลงในบาร์แจ๊ส และดูหนังในโรงละครสุดคลาสสิก

มูแลง รูช (Moulin Rouge)

การเดินทาง : เขต 18 82 Boulevard de Clichy เมโทรสาย 2 สถานี Blanche www.moulin-rouge.com

ถือกําเนิดเกิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1889 เป็นโชว์รุ่นเก่าเก๊กที่ยังมีคนติดตามอยู่มากมาย ตัวอาคารมูแลง รูชเองก็เป็นประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งของปารีสไปแล้ว Continue reading Midnight in Paris เสพย์ศิลปะการแสดงสุดตระการตาที่โอเปร่าเฮาส์ จิบค็อกเทลเพลินๆพร้อมฟังเพลงในบาร์แจ๊ส และดูหนังในโรงละครสุดคลาสสิก

Bon Voyage! ว่าด้วยการเดินทางทั้งหมดในปารีส

การไปถึงปารีสนั้นมีหลายทาง ถ้ามาจากประเทศใกล้เคียง แถวนั้นจะไปทางรถ ทางเรือผ่านช่องแคบอังกฤษ หรือทางรถไฟก็ย่อมได้ เส้นทางรถไฟนั้นสุดง่ายสุดสะดวก สถานีรถไฟมักจะอยู่ ในเมืองจึงต่อรถใต้ดินหรือรถเมล์ได้ไม่ยาก เพียงดูแผนที่หาจุดหมายปลายทางที่ต้องการไปแล้วเลือกต่อรถให้ถูกเส้นทางเป็นใช้ได้ สุดท้ายที่มักเป็นทางผ่านของคนส่วนใหญ่จากแดนไกลคือมา ทางเครื่องบิน Continue reading Bon Voyage! ว่าด้วยการเดินทางทั้งหมดในปารีส

ทริคดีๆก่อนเดินทางที่สายเที่ยวทุกคนต้องจดไว้ด่วน!

ถ้าหากปลงใจว่าจะละทิ้งซีรี่ย์ 7 และคนรถที่แถมพร้อมมาด้วยกันไว้ที่บ้าน และไปลองเดินดิน ขึ้นรถไฟ ไต่รถเมล์อย่างชาวบ้านดู ควรระลึกไว้ในใจให้มั่นว่ามีอีกหลายสิ่งที่ต้องละไว้ กระเป๋าเดินทาง ที่พกพาไปแต่ละเที่ยวบินนั้นจะต้องมีแต่ของใช้ตามความประสงค์ในการเดินทางเท่านั้น จําไว้ให้มั่นว่ามิได้ย้ายบ้านหรือไปแต่งงาน ไม่จําเป็นที่ต้องขนถ่ายของทุกอย่างที่มีในครัวเรือนไปด้วย Continue reading ทริคดีๆก่อนเดินทางที่สายเที่ยวทุกคนต้องจดไว้ด่วน!

เกร็ดน่ารู้ก่อนเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศฝรั่งเศส

ปัจจุบันฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีการปกครองในระบอบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขและผู้นําการบริหารประเทศ ชาร์ลส์ เดอ โกล (Charles de Guale) เป็นประธานาธิบดีคนแรก เมื่อปี ค.ศ. 1958 มีนิโคลัส ซาโคซี (Nicolas Sarkozy) เป็น ประธานาธิบดีคนที่ 6 ในปัจจุบัน (ค.ศ. 2007) Continue reading เกร็ดน่ารู้ก่อนเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศฝรั่งเศส

ชมความวิจิตรงดงามของพระราชวังแวร์ซายส์ (Versailles) ต้นแบบสถาปัตยกรรมสุดอลังการ

แวร์ซายส์ (Versailles) หนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเกือบทั้งหมดที่ไปเที่ยวปารีส แวร์ซายส์เป็นที่สุดของที่สุด เป็นต้นแบบความอลังการและความเวอร์ทั้งหลาย เป็นแรงบันดาลใจให้แก่ชาโตและพระราชวังน้อยใหญ่ทั่วทั้งยุโรปและลามเลยออกไปนอกทวีป Continue reading ชมความวิจิตรงดงามของพระราชวังแวร์ซายส์ (Versailles) ต้นแบบสถาปัตยกรรมสุดอลังการ

โวซ์ เลอ วิกงต์ (Vaux le Vicomte) และสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณรอบๆ

โวซ์ เลอ วิกงต์ (Vaux le Vicomte) แห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้แวร์ซายส์ซึ่งเป็นที่สุดของที่สุดของชาโต สถาปัตยกรรมของโวซ์นี้เป็นแบบเฟรนช์ บารอค โวซ์ อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของปารีส ห่างไปประมาณ 60 กิโลเมตร เมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้โวซ์คือเมืองเมเลิง (Melun) ถ้า ขับรถออกไปใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง Continue reading โวซ์ เลอ วิกงต์ (Vaux le Vicomte) และสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณรอบๆ

มงมาร์ต (Montmartre) หมู่บ้านเล็กๆในเมืองใหญ่อย่างปารีส

มงมาร์ต (Montmartre)

การเดินทาง : เมโทรสาย 12 ลงที่สถานี Abbesses

มงมาร์ตเปรียบเหมือนหมู่บ้านเล็กๆในเมืองใหญ่อย่างปารีส การเดินดูหมู่บ้านน้อยๆนี้อาจต้องวางแผนให้รัดกุมเพื่อที่จะเดินได้ทั่วถึง ขึ้นเมโทรสาย 12 Mairie dissy-Porte de la Chapelle ลงที่สถานี Abbesses ซึ่งน่าจะเป็นสถานีที่อยู่ลึกที่สุดในปารีส เพราะต้องเดินขึ้นบันไดหลายชั้นอยู่ ระหว่างทางขึ้นจากเมโทรจะมีรูปวาดไว้ให้ดูเพลินๆเต็มผนัง แต่ถ้าคิดว่าไม่เพลินแน่อยากแนะนํา ให้ใช้ลิฟต์เพื่อประหยัดพลังงานไว้ปีนเขาต่อไป เมื่อขึ้นมาถึงทางเข้าสถานีนี้แล้วอย่าลืมถ่ายรูปร่วมกับซุ้มทางเข้าที่เป็นศิลปะแบบอาร์ต นูโว ออกแบบโดยเฮคเตอร์ กีมาร์ด (Hector Guimard) ซึ่งมีเหลือไม่มากแล้วในปารีส Continue reading มงมาร์ต (Montmartre) หมู่บ้านเล็กๆในเมืองใหญ่อย่างปารีส

เที่ยวชมโอแตล เดอ อองวาลิเดส (Hotel des Invalides) และพิพิธภัณฑ์ดอร์เซ (Musée d’Orsay)

โอแตล เดอ อองวาลิเดส (Hotel des Invalides)

การเดินทาง : เมโทรสาย 6, 8 และ 10 สถานี Ecole Militaire เมโทรสาย 8 สถานี La Tour Maubourg

หลังคาโดมสีทองตระหง่านอยู่ไม่ไกลจากหอไอเฟลได้แบบมาจากวิหารแซงต์ ปีเตอร์ในโรม อาคารหลังนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็น โรงพยาบาลและที่พักสําหรับทหารเจ็บป่วยตั้งแต่สมัยพระเจ้าหลุยส์ ที่ 14 หลุยส์-ฟิลิปปสั่งให้นําศพของนโปเลียนกลับมาจากเกาะ แซงต์ เฮเลนหลังจากที่ตายไปแล้ว 19 ปี มีการทํานุบํารุงโบสถ์ซ่อมแซมโดมในแซงต์ เฌอโรม ชาแปล (St. Jerome Chapelle) เมื่อเสร็จแล้วจึงนําศพของนโปเลียนมาวางตระหง่านอยู่ใต้โคมนี้ นอกจากนโปเลียนแล้วยังมีทหารผู้กล้าอีกมากที่นอนพักอยู่ที่อองวาลิเดอสแห่งนี้ Continue reading เที่ยวชมโอแตล เดอ อองวาลิเดส (Hotel des Invalides) และพิพิธภัณฑ์ดอร์เซ (Musée d’Orsay)

วิหารนอเตรอะ ดาม (Cathédrale Notre Dame de Paris) มหาวิหารคู่บ้านคู่เมืองของปารีส

วิหารนอเตรอะ ดาม (Cathédrale Notre Dame de Paris)

การเดินทาง : เมโทรสาย 4 สถานี Cite, เมโทรสาย 7 สถานี Chatelet หรือ Pont Marie RER สาย B, C สถานี St. Michel Notre Dame

วิหารนอเตรอะ ดามนี้เปรียบเสมือนวัดพระแก้วของไทย เป็นวิหารคู่บ้านคู่เมืองของปารีสและฝรั่งเศสอยู่บนเกาะซีเตจุดกําเนิดประวัติศาสตร์ของปารีสและฝรั่งเศส สร้างขึ้นบนจุดที่ชาวโรมัน สร้างวัดเพื่อบูชาเทพจูปิเตอร์แต่ดั้งเดิม วิหารนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิก (Gothic) ใช้แผนผัง อย่างง่ายๆเรียกว่า Golden Section อิฐก้อนแรกๆที่นํามาสร้างวิหารนี้นํามาจากซากหินของพวกโรมันบนฝั่งซ้ายของแม่น้ำ เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 528 โดยพระเจ้าชิลด์แบร์ต (Childebert) แห่งราชวงศ์แมโรวิเฉียง (Merovigian) แต่โบสถ์เดิมพังลงเมื่อปี ค.ศ. 1159 รัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 มอริส เดอ ซูลลี (Maurice de Suly) ดําริจะสร้างโบสถ์ประจําเมืองให้ยิ่งใหญ่ โดยรวมวัดสองวัดคือนอเตรอะ ดาม กับแซงต์ เอแตงน์ (St. Eteinne) เข้าไว้ด้วยกัน กว่าจะลุล่วงใช้เวลาไปถึง 200 ปี

จากนั้นมามหาวิหารนี้ได้รับการสร้างต่อเติมและทะนุบํารุงมาเป็นระยะๆ ตลอดเวลาในประวัติศาสตร์ แต่มีบางช่วงที่ถูกละเลยจนทรุดโทรม จนกระทั่งวิคเตอร์ ฮูโกนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศสเขียนเรื่อง The Hunchback of Notre Dame ในปี ค.ศ. 1831 จึง ทําให้คนหันมาสนใจวิหารหลังนี้ขึ้นมาอีก และเป็นเหตุให้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1844 ในรัชกาลของหลุยส์ ฟิลิปป์ (Luois Phillippe)

ก่อนเข้าโบสถ์จะเห็นลานข้างหน้าเรียกว่าปลาซ ดู ปาร์วิส นอเตอระ ดาม (Place du Parvis-Notre Dame) มีแผ่นทองเหลือง ฝังอยู่เป็นหลักกิโลเมตรศูนย์ของฝรั่งเศส เป็นจุดวัดระยะไปยังที่ ต่างๆ ทั่วประเทศ อย่าลืมแหงนหน้าขึ้นดูรูปปั้นที่รายล้อมอยู่บนตัววิหารนั้น เป็นเหล่านักบุญที่สําคัญๆในคริสต์ศาสนา องค์ที่เด่นเห็นจะเป็น แซงต์ เดนิสที่ยืนถือหัวตัวเองอยู่ การเดินเข้าโบสถ์หรือวิหารอย่างคริสต์นั้นมีธรรมเนียมว่าต้องเดินเข้าทางซ้ายและเดินออกทางขวา เพราะคําว่าซ้ายในภาษาลาตินคือ Sinister แปลได้อีกอย่างว่าบาป เมื่อเข้าไปชําระบาปในโบสถ์แล้วได้ความบริสุทธิ์คืนมาจึงวนออกประตูทางขวา สิ่งสําคัญที่ต้องดูเมื่อเข้าไปในโบสถ์คือ Rose Windows กระจกหลากสีที่เรียกว่าสเตนกลาส (Stained Glass) ชิ้นที่สวยงาม เลื่องลือคือแผ่นที่อยู่ด้านเหนือของโบสถ์ ทําลวดลายเป็นเรื่องราวจากพระคัมภีร์เก่า มีพระราชาและผู้วิเศษทั้งหลายอยู่ครบครัน เมื่อแดดส่องลอดกระจกเข้ามา แสงที่กรองผ่านกระจกหลากสีนั้นสวยเกินจริง กระจกสีบานเล็กๆ เหล่านี้เป็นอุบายเล่าเรื่องด้วยภาพที่พระและผู้มีความรู้ในสมัยโบราณเมื่อ 600-700 ปีที่ผ่านมาพยายามหาทางสื่อสารกับประชาชนทั่วไปที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ประโยชน์ สองนัยคือใช้เป็นเครื่องตกแต่งโบสถ์และนําแสงสว่างเข้ามาภายใน ด้วยความรู้ทางการช่างที่จํากัดไม่สามารถทําหน้าต่างกว้างๆหรือกระจกแผ่นใหญ่ๆได้ จึงทําช่องแสงให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทําได้ แล้วแบ่งกระจกออกเป็นแผ่นเล็กๆเกาะอยู่กับโครงสร้าง แทนที่จะทำเป็นกระจกขาวๆนิ่งๆ

ในศตวรรษที่ 13 พระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ทรงเทพระราชทรัพย์ในพระคลังซื้อมงกุฎหนาม ตะปูและชิ้นไม้ที่เชื่อว่าแบ่งมาจากไม้กางเขนอันจริงที่ใช้ตรึงพระเยซูจนถึงพระชนมชีพมาเป็นสิริมงคลแก่ประเทศชาติและทรงโปรดเกล้าให้สร้างวิหารแซงต์ ชาแปล (Sainte Chapelle) ขึ้นเป็นที่สักการบูชา ต่อมาจึงได้อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดมาประดิษฐานไว้ที่มหาวิหารนอเตรอะ ดามแห่งนี้ มงกุฎหนาม ตะปูและชิ้นไม้กางเขนนําออกให้คนถวายสักการะ เฉพาะวันกู้ด ฟรายเดย์ (Good Friday)

หากอยากขึ้นไปแกะรอย The Hunchback of Notre Dame หรือทักทายกับการ์กอยล์ (Gargoyle) ที่อยู่บนหลังคา มองลงมาจะ เห็นวิวแม่น้ำแซน และเกาะซีเตที่เก่าแก่ ต้องใช้ประตูที่อยู่ด้านนอก เมื่อหันหน้าเข้าวิหารประตูนี้จะอยู่ทางขวา

มหาวิหารเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันตั้งแต่เวลา 07.45 -18.45 น.