Top sight in LA : ตามส่องสถานที่น่าสนใจในลอสแองเจลิส

-Los angeles –
ลอสแองเจลิส

ลอสแองเจลิส หรือที่เราเรียกสั้นๆ ว่า L.A. เป็นอีกเมืองหนึ่งของรัฐแคลิฟอร์เนีย ชาวยุโรปกลุ่มแรกที่เข้าไปตั้งถิ่นฐานคือ ชาวสเปน และตั้งชื่อเมืองว่า Los Angeles แปลว่า เมืองแห่งทูตสวรรค์ โดยเข้าไปตั้งชุมชนในบริเวณที่อยู่อาศัยเดิมของชนพื้นเมืองปูเอโบล (Pueblo) ในช่วงปี 1771-1781 หลังจากนั้นชาวเม็กซิโก ชาวอเมริกันจากรัฐฝั่งตะวันออกจึงอพยพเข้าไป และตั้งเป็นเมืองอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 เมษายน 1850

ลอสแองเจลิสได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีการปะปนของผู้คนจากทั่วโลกมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จากการอพยพของคนหลากหลายเชื้อชาติไม่ว่าจะเป็นชาวเอเชีย อเมริกาใต้ แอฟริกาและ ชาวยุโรปอื่นๆ กลายเป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรมากที่สุดอันดับ 2 ในสหรัฐอเมริกา เป็นเมืองศูนย์กลางด้านการค้า เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมความบันเทิงจากฮอลลีวูดที่กระจายไปทั่วโลก เป็นเมืองแห่งโอกาสให้ผู้คนได้แสวงหาความสําเร็จทั้งเรื่องเงินทองและชื่อเสียง Continue reading Top sight in LA : ตามส่องสถานที่น่าสนใจในลอสแองเจลิส

แกรนด์แคนยอน หุบผาอันยิ่งใหญ่ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นอีกสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก

– แกรนด์แคนยอน –

แกรนด์แคนยอน หุบผาอันยิ่งใหญ่ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นอีกสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเขตมลรัฐแอริโซนา ถือกําเนิดเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ราว 1,700 ล้าน ปีมาแล้ว ในปัจจุบันมีความยาว 445 กิโลเมตร จากเหนือลงใต้ กว้างตั้งแต่ไม่ถึงสิบเมตรไปจนถึง 25 กิโลเมตร ความลึกตั้งแต่ราว 700 เมตรไปจนถึง 2.7 กิโลเมตร

เมื่อมองจากด้านบนแกรนด์แคนยอนจะคล้ายภูเขา 2 ลูกมาชนกัน ก่อให้เกิดหุบเหวลึก และมีแม่น้ำโคโลราโดไหลผ่าน ซึ่งครั้งหนึ่งแม่น้ำสายนี้เคยกวาดเอาตะกอนมาจากรัฐยูทาห์ กลายเป็นแม่น้ำสีแดงตลอดสาย อันเป็นที่มาของชื่อ Colorado ในภาษาสเปน แปลว่า “สีแดง” ในปี 1919 แกรนด์แคนยอนก็ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา Continue reading แกรนด์แคนยอน หุบผาอันยิ่งใหญ่ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นอีกสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก

เที่ยว Las vegus แบบฉบับพาไปช้อป

-Fremont East District-

ถนนฟรีมอนต์ฝั่งตะวันออก แม้จะไม่มีหลังคาคลุม แต่ก็เป็นอีกย่านที่มีสีสันด้วยป้ายไฟนีออนของบรรดาร้านค้า ร้านอาหาร คลับบาร์ คาเฟ โรงแรมและคาสิโน สําหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความพลุ้นพล่านของถนนฟรีมอนต์ฝั่งตะวันตก

ความสวยงามอยู่ที่การประดับไฟอย่างที่กล่าวไป ด้วยการพยายามอนุรักษ์ป้ายนีออน แบบเดิมตั้งแต่ยุค 1950-1960 ให้คงอยู่หรือให้เหมือนเดิมมากที่สุด ชวนให้หวนรําลึกถึงภาพเก่าๆ แบบที่เคยเห็นในภาพยนตร์ฮอลลีวูดเมื่อราว 30-40 ปีที่แล้ว หากต้องการทราบประวัติความเป็นมาและป้ายไฟในอดีตแบบต่างๆ สามารถไปชมได้ที่ Neon Museum ทางเหนือบนถนน Las Vegas Blvd ไม่ไกลจากถนนฟรีมอนต์มากนัก Continue reading เที่ยว Las vegus แบบฉบับพาไปช้อป

ท่องยามราตรี Las Vegus เมืองที่ไม่เคยหลับใหล

– Stratosphere –

หอคอยที่ตั้งสูงเด่นมองเห็นได้จากหลายๆ มุมในตัวเมืองเป็นที่ตั้งของโรงแรม Stratosphere ตรงรอยต่อระหว่าง ย่านสตริปกับดาวน์ทาวน์ แต่ยังถือว่าอยู่ในสตริป ค่ารถชัตเติลบัส จากสนามบินก็คิดราคาเดียวกับโรงแรมในสตริป

โรงแรมเปิดเมื่อปี 1979 ด้วยจํานวนห้องพัก 2,427 ห้อง ชั้นล่างเป็นคาสิโน บุปเฟต์ และยังมีร้านอาหาร ร้านค้า สระ ว่ายน้ำ สปา ฟิตเนส ให้บริการเหมือนกับโรงแรมอื่นๆ ค่าห้องพัก ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับบริการต่างๆที่มี  Continue reading ท่องยามราตรี Las Vegus เมืองที่ไม่เคยหลับใหล

แนะนำการเดินทางพิชิตยอดเขายุงเฟรา (Jungfraujoch)

jungfraujoch-2

-ยอดเขายุงเฟรา (Jungfraujoch)-

ขอเริ่มต้นเดินทางตั้งแต่สถานี Interlaken Ost ท่านใดที่จะไปต่อหลังลงจากยอดเขา Schilthorn เสร็จ ให้จับรถไฟตามมาได้ตั้งแต่สถานี Lauterbrunnen จาก อินเทอร์ลาเค่น สามารถเลือกขึ้นได้สองเส้นทาง คือ ฝั่ง Lauterbrunnen (เส้นสีแดง) หรือฝั่ง Grindelwald (เส้นสีน้ำเงิน) โดยทั้งสองเส้นทางจะไปบรรจบกันที่สถานี Klein Scheidegg ก่อนจะต่อรถไฟขึ้นไปยอดเขายุงเฟรา ซึ่งผมเลือกขึ้นเขาฝั่ง Lauterbrunnen แล้วลงมาผ่านเส้นทาง Grindelwald เพื่อจะได้ชมทิวทัศน์ข้างทางได้สองรูปแบบ Continue reading แนะนำการเดินทางพิชิตยอดเขายุงเฟรา (Jungfraujoch)

เส้นทางพิชิตยอดเขายุงเฟรา (Jungfraujoch) ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

jungfraujoch

– เส้นทางพิชิตยอดเขายุงเฟรา (Jungfraujoch)-

หนึ่งในความประสงค์ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสวิส คือ การได้พิชิตยอดเขาต่างๆ และยอดเขายุงเฟราเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวจํานวนมาก (โดยเฉพาะชาวเอเชีย) ซึ่งมีข้อแนะนําอยู่อย่างหนึ่ง ถ้าขึ้นยอดเขายูงเฟรา เราจะเห็นวิวของภูเขารอบข้าง แต่ถ้าขึ้นยอดเขาอื่น เราสามารถมองเห็นยุงเฟราได้อย่างชัดเจน จึงอยากนำท่านผู้อ่านขึ้นทั้งยอดเขาชิลธอร์น (Schilthorn) ซึ่งสามารถมองเห็นยุงเฟรา ได้อย่างชัดเจน และขึ้นยอดเขายูงเฟรา (Jungfrau) เพื่อเปิดประสบการณ์เล่นกิจกรรมต่างๆบนยอดเขา พร้อมวิวทิวทัศน์โดยรอบที่มีความสวยงามไปอีกแบบ

ถ้าไม่อยากให้โปรแกรมแน่นจนเกินไป สามารถวางแผนเดินทางจากเมืองอินเทอร์ลาเค่นไปยุงเฟรา 1 วันเต็ม ส่วนชิลธอร์นอาจใช้เวลาเพียงครึ่งวันก็พอ แต่ถ้าออกเช้าหน่อย ขึ้นรถไฟเที่ยวแรกๆ ก็อาจทําเวลาขึ้นทั้งสองยอดเขาได้ภายในหนึ่งวัน ขึ้นรถย้อนกลับมาที่อินเทอร์ลาเคนใหม่ เพราะยอดเขาทั้งสอง มีเส้นทางรถไฟช่วงแรกๆ เป็นเส้นทางเดียวกัน จึงไม่จําเป็นต้องขึ้นรถย้อนกลับมาที่อินเทอร์ลาเค่นใหม่

ก่อนออกเดินทางจากอินเทอร์ลาเค่น หรือก่อนขึ้นยอดเขาล่วงหน้า 1-2 วัน อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศบนยอดเขาให้ดี เพราะถ้าฟ้าปิด หรือมีฝน การขึ้นยอดเขาก็เสียเที่ยวเปล่าๆ เพราะมองไม่เห็นอะไรเลย และค่าขึ้นเขาก็แพง สภาพอากาศ และชมภาพจากกล้อง Webcam ได้ที่ iungfrau.ch และ Schilhorn.ch

  • ยอดเขาซิลธอร์น (Schilthorn)

เริ่มต้นออกเดินทางกันที่สถานีรถไฟ Interlaken Ost ไม่ว่าจะไปชิลธอร์นหรือ ไปยุงเฟรา ก็ขึ้นรถขบวนเดียวกัน แต่รถไฟจะไปตัดขบวนแยกคนละทางอีกครั้ง ดังนั้น ตอนขึ้นรถไฟต้องสังเกตให้ดีว่า ผู้ที่เราขึ้น จะไปปลายทางสถานีไหน มีให้เลือกระหว่าง Grindelwald กับ Lauterbrunnen ถ้าจะขึ้นยุงเฟราเลือกไปสถานีใดก็ได้ แต่ถ้าขึ้นชิลธอร์น ต้องเลือกขึ้นรถไฟที่จะไป Lauterbrunnen เท่านั้น

จากสถานี Intertaken Ost รถไฟใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก็จะจอดเทียบที่สถานีรถไฟเลาเทอร์บรุนเน่น (Lauterbrunnen) จากนั้นเดินออกไปสถานีกระเช้าที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟ สังเกตได้จากป้ายที่เขียนบอกว่าไป Schilthorn ให้เดินตามได้เลย ถ้ามีเวลาอาจเดินแวะชมเลาเทอร์บรุนเน่นก่อนก็ได้ เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก มีน้ำตก Staubbach ขนาดใหญ่จากหน้าผาสูง 200 เมตร เป็นสัญลักษณ์ประจําหมู่บ้านแห่งนี้

เราขึ้นกระเช้าจาก Lauterbrunnen ไปลงที่ Grutschalp จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นขึ้นรถไฟฟันเฟืองที่จอดรออยู่ไปสู่สถานีมูร์เงิน (Muren) ช่วงเวลานี้ให้นั่งฝั่งซ้ายของรถไฟ เพราะจะเห็นทิวทัศน์ของภูเขาข้างทางได้อย่างสวยงาม ใช้เวลาเพียง 10 นาที รถไฟก็ถึงสถานี Murren ถ้าไม่อยากเสียเวลา ให้รีบเดินอ้าวผ่านกลางหมู่บ้านไปราว 10 นาที เพื่อต่อกระเช้าขึ้นไปยอดเขาชิลธอร์นได้เลย หากอยากชมความงามก็เดินไปหยุดไป แวะถ่ายรูปไปพลางๆ แล้วค่อยขึ้นกระเช้ารอบถัดไป เพราะรอบเวลากระเช้า จะต่อเนื่องจากตารางรถไฟ โดยเว้นระยะห่างให้เดินเพียง 5-10 นาทีเท่านั้น แม้แต่ผมเอง ยังต้องมนต์สะกดความสวยงามของเทือกเขาแอลป์ ระหว่างเดินผ่านหมู่บ้านมูร์เงิน จนไปไม่ทันกระเช้า และต้องรอขึ้นรอบถัดไปที่จะมาในอีก 30 นาที

jungfraujoch

เมื่อเดินมาถึงสถานีกระเช้า Muren เพื่อขึ้นต่อไปยังยอดเขาชิลธอร์น ผู้ถือบัตร Swiss Pass ต้องซื้อตัวเพิ่มจากตรงนี้เป็นต้นไป เพราะ Swiss Pass ใช้ฟรีได้ถึงสถานีรถไฟ Muren เมื่อสักครู่เท่านั้น การซื้อตัวกระเช้าให้แสดง Swiss Pass แก่เจ้าหน้าที่จําหน่ายตั๋วด้วย เพราะจะได้ส่วนลด 50% จากปกติ 80 ฟรังก์ เหลือเพียง 40 ฟรังก์ เมื่อกระเช้าออกจากสถานี Murren จะผ่านสถานี Brig และปลายทางที่สถานี Schilthorn ใช้เวลารวม 17 นาที

ยอดเขาชิลธอร์น (Schithorn)

ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,970 เมตร ยอดเขา แห่งนี้กลายเป็นที่รู้จักโด่งดังไปทั่วโลกจากการใช้เป็นสถานที่ถ่ายทําภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง เจมส์บอนด์ 007 ยอดพยัคฆ์ราชินี (On Her Majesty’s Service Secret) เมื่อปี 1969 มีลักษณะเด่นอยู่ที่ตัวอาคารบนยอดเขา เรียกว่า พิส กลอเรีย (Piz Gloria) เป็นห้องอาหารรูปร่างวงกลม ซึ่งสามารถเห็นทิวทัศน์รอบข้างได้แบบพาโนรามา 360 องศา เพราะพื้นของห้องอาหารจะหมุนไปเรื่อยๆใช้เวลารอบละ 55 นาที

อย่างที่กล่าวไปเบื้องต้นว่า การขึ้นยอดเขาชิลธอร์นสามารถมองเห็นวิวของภูเขายูงเฟราได้อย่างชัดเจน นอกจากยุงเฟราแล้ว ยังมีภูเขาที่เรียกว่า เขาสามเกลอ เคียงคู่ยุงเฟรา คือ ยอดเขาเมินซ์ (Monch) และไอเก้อ (Eiger) หากวันไหนอากาศดี ก็จะมองเห็นภูเขาทิตลิส (Titis) ที่อยู่ละแวกเมืองลูเซิร์นได้ด้วย

ชั้นล่างของอาคาร Piz Gloria มีนิทรรศการเล็กๆ เกี่ยวกับเจมส์บอนด์ อย่าง Bond World 007 ไว้ให้ชม ซึ่งบรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับฉากถ่ายทําต่างๆ

ขากลับอาจเลือกกลับเส้นทางเดียวกันกับขามาก็ได้ แต่ถ้าใครไม่อยากเหนื่อย ตอนเดินต่อรถกับกระเช้าระหว่างหมู่บ้าน Murren ให้เลือกวิธีกลับแบบที่สองได้

 เริ่มต้นจากขึ้นกระเช้าลงไปที่ Murren แต่จาก Murren เดินต่อไปขึ้นกระเช้าอีกฝั่งลงไปยัง Gimmelwald และต่อลงไปที่ Stechlberg เมื่อถึง Stechlberg ให้เดินออกมาหน้าสถานีกระเช้า จะมีป้ายรถประจําทาง PostBus (สีเหลือง) สําหรับรับส่งผู้โดยสารไปยัง Lauterbrunnen จากนั้นก็ขึ้นรถไฟกลับ Interlaken Ost ได้ตามปกติ

ส่วนท่านที่จะเดินทางต่อไปยังยอดเขายุงเฟราในวันเดียวกัน สามารถขึ้นรถ จาก Lauterbrunnen ไปที่ Klein Scheidegg แล้วเปลี่ยนไปขึ้นอีกขบวนรถเพื่อไปยังยอดเขายงเฟราได้เลย ซึ่งผมจะอธิบายวิธีการเดินทางอย่างละเอียดในหัวข้อถัดไป

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet

ล่องเรือเที่ยวใน เมืองทูน (Thun) ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

Thun

เมืองทูน (Thun)

เมืองทุน (Thun) ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำอาเรใกล้ทะเลสาบทูน (Thun Lake) ห่างจากกรุงเบิร์นไปทางใต้ราว 30 กิโลเมตร และอยู่ไม่ไกลจากเมืองอินเทอร์ลาเด่น (Interlaken) ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่เบิร์นหรืออินเทอร์ลาเค่น ก็ขึ้นรถไฟแวะมาเที่ยวทูนได้อย่างสะดวก จุดขายของเมืองทูนอยู่ที่การล่องทะเลสาบทูน ซึ่งสามารถขึ้นไปได้ถึงเมืองอินเทอร์ลาเค่น แต่ค่อนข้างเป็นวิถี Slow Life เพราะเรือแล่นช้ากว่ารถไฟมาก เช่น เรือแล่น 2 ชั่วโมง ในขณะที่รถไฟใช้เวลาเพียง 30 นาที ว่าแล้วก็ตามขึ้นเรือมาเลย Continue reading ล่องเรือเที่ยวใน เมืองทูน (Thun) ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ณ กรุงเบิร์น ประเทสสวิสเซอร์แลนด์ ตอนที่ 2

bern-2

หากใครมาถึงประเทศสวิสแล้วก็คงต้องได้มีโอกาสมาเที่ยวที่กรุงเบิร์นเป็นแน่ เพราะเป็นเมืองหลวงของประเทศสวิส แถมยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองมรดกโลกอีกด้วยนะ ว่าแล้วก็อย่ารอช้าไปทำความรู้จักสถานที่เที่ยวต่างๆในกรุงเบิร์นกันได้เลย

Continue reading แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ณ กรุงเบิร์น ประเทสสวิสเซอร์แลนด์ ตอนที่ 2

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ณ กรุงเบิร์น ประเทสสวิสเซอร์แลนด์

-ท่องเที่ยว ณ กรุงเบิร์น (Bern)-

กรุงเบิร์น (Bern) เมืองหลวงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และตั้งอยู่ใจกลางประเทศ ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1191 โดยดยุคแบร์ชโทลดที่ 5 (Duke Berthold V of Zahringen) เนื่องจากเห็นลักษณะภูมิประเทศมีแม่น้ำล้อมรอบ 3 ทิศ เป็นชัยภูมิที่ดีต่อการป้องกันข้าศึกในยุคสงคราม ส่วนชื่อเมืองเบิร์นนั้น แปลว่า ‘หมี’ เล่ากันว่าท่านดยุคตั้งชื่อเมือง ตามสัตว์ตัวแรกที่จับได้ขณะล่าสัตว์ ทุกวันนี้ในกรุงเบิร์น จึงมีสวนหมี สําหรับใช้เป็นที่อยู่ของหมี และการตกแต่งทั่วทั้งเมือง ล้วนเป็นรูปหมีทั้งนั้น

ในปี ค.ศ.1863 กรุงเบิร์นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลก จากองค์การ ยูเนสโก นอกจากนี้ยังถูกจัดให้เป็น 1 ใน 10 เมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลก เมื่อปี ค.ศ.2010 ที่ผ่านมาอีกด้วย Continue reading แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ณ กรุงเบิร์น ประเทสสวิสเซอร์แลนด์

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในกรุงปารีส

หอคอย Saint-Jacques

– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 4 ลงที่สถานี Chatelet หรืออาจนั่งเมโทรสาย 1 สาย สาย 11 หรือสาย 14 ลงที่สถานี Chatelet

จากน้ำพุ Chatelet เดินตรงขึ้นไปตามถนน Boulevard de  bostopol จะเจอถนน Rue de Rivoli ให้เลี้ยวขวา บนถนน Rue de Rivoli นี้เราจะมองเห็นหอคอยเก่าแบบกอทิกตั้งตระหง่านอยู่นั่น คือ หอคอย Saint-Jacques ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1508-1522 มี ความสูงถึง 52 เมตร Continue reading สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในกรุงปารีส