ท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวมองโกลเลีย

mongolia

– ขี่ม้ามองโกล –

ม้าพันธุ์มองโกลมีความสําคัญมากในประวัติศาสตร์ของประเทศ ด้วยกองทัพมองโกลจะใช้ทหารม้าในการสู้รบเคลื่อนพลไม่มีการใช้ทหารราบแต่อย่างใด ม้าจึงมีความสําคัญ และเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของชาวมองโกลมายาวนาน และม้ามองโกลเป็นต้นตระกูลของม้าหลายพันธุ์ในโลกได้แพร่พันธุ์ไปถึงตะวันออกกลางรวมถึงในเอเชีย รวมถึงม้าไทย หรือม้าแกลบก็มีสายเลือดบรรพบุรุษม้ามองโกล เช่นกัน ม้ามองโกลเป็นม้าแข็งแรง ตัวเตี้ยกว่าพันธุ์ของอเมริกาและอังกฤษซึ่งมีความสูง ราว 170 เซนติเมตร แต่ม้ามองโกลสูงราว 150 เซนติเมตร ลําตัวลําหนาศีรษะมีขนาดใหญ่

การขี่ม้าในมองโกเลีย

  1. ช่วงที่เหมาะสมคือมิถุนายนถึงกันยายน เพราะในช่วงเมษายนและพฤษภาคม ม้าจะยังอ่อนเพลีย จากการผ่านฤดูหนาวที่แสนทรมานมาต้องมีการพักฟื้นเสียก่อน
  2. การขึ้นม้าจะขึ้นทางด้านซ้ายเท่านั้นเนื่องจากถูกฝึกมาห้ามเข้าทางด้านหลังเด็ดขาดม้าอาจจะตกใจและอาจถูกเตะเอาได้
  3. การสั่งให้ม้าเดินชาวมองโกลจะออกเสียงในลําคอว่าชู้คๆ พร้อมกับขยับขากระทบสะโพกผ้าเบาๆ

mongolia

– Aryabal Meditation Temple –
ศูนย์วิปัสสนาของพระลามะ

วัดถูกสร้างในปี ค.ศ. 2006 ในวัดหลัก (Main Temple) ตั้งอยู่บนเนินเขาถ้ามองในระยะไกล
จะเห็นว่าวัดมีลักษณะคล้ายศีรษะช้างมีงวงช้างทอดยาวลงมาเป็นบันได 108 ขั้น มีหู กาง 2 ข้าง ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายด้านข้างของวัดวัดสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงคําสอนธัมมจักกัปปวัตนสูตร Kalachakra philosophy “wheel of time” และมีภาพเขียนสีทั้งกาเกี่ยวกับชัมบาลา (Shambhala) ดินแดนอันบริสุทธิ์ในความเชื่อศาสนาพุทธทิเบต ผนังรายรอบด้านในมีภาพคําสอน เกี่ยวกับนรกสวรรค์ในพุทธศาสนา รอบระเบียงของวัดมีกงล้อมนต์ 108 อันที่ไว้หมุนคล้ายกับการได้สวดมนต์ บริเวณภายในวัดถูกใช้เป็นที่ฝึกปฏิบัติสมาธิของพระลามะ ท่ามกลางความเงียบสงบในขุนเขา

ม้าจะพามาส่งจนถึงบริเวณด้านหน้าทางเข้าประตูหลัก หลังจากนั้นต้องสองเท้าก้าวเดินไกลพอสมควร แต่ระหว่างทางจะมีป้ายคําสอนหลักธรรมทางศาสนาพุทธเป็นภาษาอังกฤษควบภาษามองโกเลียตั้งเป็นระยะๆ ให้ได้เดินไปอ่านทําความเข้าใจหลักธรรมไปเรื่อยๆ 

ปลายสุดทางเดินเจอกับ Bixi (คล้ายเต่าที่หลังแบกแท่นหิน) แต่หนนี้กลับอยู่บนหินที่มีภาพฤาษีเคราขาว “white grandpa” อีกที เป็นเทพที่ชาวมองโกลเชื่อว่า ถ้าได้กราบไหว้จะรอดพ้นจากอันตรายและโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวง

‘กงล้อมนต์ ทํานายโชค’ ลักษณะจะเหมือนกงล้อมนต์ ด้านบนมีเข็มที่หมุน ตามการหมุนของกงล้อและจะหยุดปลายแหลมเรียวชี้ที่ตัวเลข ถามไถ่บอกว่าคล้ายดูโชคชะตา ทางขวาจะมีป้ายอธิบายโชคชะตาของแต่ละเลข  ติดเรียงรายตามลําดับกันไป

ก่อนจะถึงตัววัดหลักมีสะพานแขวนเล็กๆ ที่มีชื่อว่าสะพานสู่การรู้แจ้ง “The bridge that leads beyond wisdom” ทําเพื่อข้ามร่องสายน้ําที่อยู่ทางด้านล่าง แค่เดินข้ามสะพานไปอีกฝั่ง และเดินไปนิดเดียวก็ถึงวัดรูปงวงช้างแล้ว ซึ่งช้างจะหมายถึงยานพาหนะของพระพุทธเจ้า ส่วนของวัดหลักต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก 108 ขั้น แม้บันไดไม่ชันเท่าไหร่ แต่พอมีเหนื่อยบ้าง แต่วิวด้านบนแบบพาโนรามาก็สวยคุ้มค่าจริงๆ

ภายในวิหารหลักมีพระพุทธรูปตั้งเรียงรายอยู่ทางด้านในสุด และภาพเขียนสีเกี่ยวกับนรก-สวรรค์ที่ฝาผนังโดยรอบและมีที่นั่งของพระลามะ ตั้งเรียงรายทั้ง 2 ฝั่งภายในวิหาร รอบนอกวิหาร หลักยังมีกงล้อมนต์ที่เรียงรายมีทั้งหมด 108 กงล้อ ให้หมุนจากซ้ายไปขวาตามเข็มนาฬิกา ส่วนที่วิหารเล็ก ๆ ด้านขวาของวิหารหลัก มีรูปภาพของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรประดับผนัง และรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ ที่ชาวมองโกเลียมากราบไหว้สักการะอยู่ไม่ขาด

การนอนเกอร์

แบบแผนการนอนเกอร์

  1. ตําแหน่งของเกอร์ประตูจะหันหน้าไปทางทิศใต้เสมอ
  2. เตาไฟจะตั้งกลางเกอร์และช่องใส่ฟินจะหันทิศตะวันออกเสมอ เตาไฟใช้ทํากับข้าวและเผาฟื้นให้ความอบอุ่นในหน้าหนาว
  3. ในเกอร์แบ่ง 2 ส่วนทางทิศตะวันตกของผู้ชาย ส่วนทิศตะวันออกของผู้หญิง ดังนั้นอุปกรณ์เกี่ยวกับการเพาะปลูก อานม้า มีด ปืนจะถูกเก็บในทศตะ 24 ใกล้กับประตู ส่วนอุปกรณ์เกี่ยวกับงานครัว จาน ชามจะถูกเก็บทางทิศตะวันออก
  4. ตำแหน่งของแทนบูชาจะอยู่ด้านในสุดของเกอร์จะมีภาพของดาไลลามะภาพวาด ของเทพเจ้าในทางศาสนาพุทธทิเบตตั้งอยู่
  5. ของอื่นๆจะถูกเก็บไว้ในหีบไม้ เช่น เสื้อผ้าของมีค่าและที่พบเห็นบ่อยๆ วางบนหีบคือภาพถ่ายของครอบครัว

ห้องน้ำทําจากท่อนไม้มาตีเป็นห้อง มีอ่างล้างมืออยู่ด้านนอก ส่วนด้านในมีแต่สุขาอย่างเดียว และมีบานประตูปิดให้ แต่ขอบอกว่าห้องน้ำไม่มีไฟ ควรติดไฟฉายกระบอก 4. มาจากบ้านด้วย เพราะเวลามืดมิดมันแทบไม่เห็นอะไร ส่วนใครคิดว่าจะใช้มือถือแทนไฟฉายก็ต้องหนีบดีๆ เพราะถ้าร่วงหล่นลงหลุมไปคงไม่อยากกู้มันขึ้นมาแน่นอน.

ส่วนการล้างมือเป็นภูมิปัญญาโดยเอาถังน้ำเจาะรูที่ก้นแล้วมีตุ้มเล็กๆอุดรู จะล้างมือก็ขยับลูกตุ้ม น้ำจะไหลแต่มีปริมาณจํากัด เจ้าของบ้านจะคอยไปตักน้ำมาเติมให้แทน

ส่วนเกอร์ของเจ้าของ เป็นที่พักอาศัยของทุกคนรวมกันในครอบครัว ทําอาหาร เก็บข้าวของ และเป็นห้องรับแขกถูกรวมไว้ในที่เดียวกัน ไม่ได้มีการกั้นแยกโซนแต่อย่างใด พื้นที่นี่ยังใช้มือถือได้ และมีทีวีแสดงว่าสัญญาณยังเข้าถึงและไฟฟ้ามีตลอดเวลา

กิจกรรมรีดนมวัวของแม่บ้านมองโกล

กิจกรรมดูการรีดนมวัว แม้ไม่อยู่ในลิสทัวร์แต่ถ้าจังหวะดีๆก็จะได้เห็น สังเกตเจ้าของจะเลือกวัวตัวที่มีลูกวัวคลอเคลียดูดนมแม่อยู่ จากนั้นก็จะเอาลูกไปผูกเชือกไว้ใกล้ๆแม่วัว เพื่อไม่ให้มาป้วนเปี้ยนตอนรีดนมก่อนจะใช้ 2 มือดึงเต้านมขึ้นลงเพื่อรีดนมใส่ถัง

หลังจากนั้นนําน้ำนมกรองอีกรอบด้วยผ้าขาวบาง ก่อนจะนําไปต้มในกระทะใบใหญ่ เพื่อฆ่าเชื้อก่อนนํามาบริโภคหรือทําเป็นเนยแข็ง ต้มให้เดือดจนฟองขาวขึ้น แสดงว่าใช้ได้แล้ว รสชาตินม 100% ด้วยความที่เค้าจะให้ทานร้อนๆ จึงรู้สึกไม่ค่อยต่างจากนมจืดที่เคยทานมากนัก

Terelj Ovoo Shamanism Sacred Stones : OVoo

เป็นความเชื่อในทางลัทธิ Shamanism และพุทธศาสนาของคนมองโกเลียที่จะก่อหิน หรือไม้ในลักษณะคล้ายพีระมิดสามเหลี่ยมเรียกว่า Ov00 เพื่อแทนแท่นบูชาหรือเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์ไว้สักการะเทพเจ้าและท้องฟ้า มักจะพบเห็นในพื้นที่สูง เช่น ที่ราบตามทิวเขายอดเขาหรือในพิธีสักการะท้องฟ้า ผู้ทําพิธีจะเอาไม้ปักกลาง Ov00 แล้วผูกปลายไม้ด้วยผ้าไหมสีฟ้า เพื่อบูชาเทพแห่งท้องฟ้า นามว่า เทพ Tengri ให้ลงมาสถิตแล้วนําอาหารมาถวาย และจุดไฟเผาท่อนไม้สนใกล้ๆ กับ Ov00 พร้อมกับการเต้นระบําของ Shaman (ผู้นําลัทธิ) และสวดมนต์ ผู้เข้าพิธีจะนั่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ Ov00 และรับประทานอาหารที่เหลือหลังการถวายเสร็จสิ้น

แต่ถ้าพบเห็น Ov00 ที่ถูกสร้างไว้แล้วตามทางผ่าน โดยหลักปฏิบัติผู้ที่พบเห็น Ov00 ระหว่างการเดินทางจะหยุด และเดินรอบในทิศทางตามเข็มนาฬิกา 3 รอบ เพื่อเป็นการสักการะขอพรให้เดินทางปลอดภัยและจะหยิบหินจากบริเวณแถวนั้นเพื่อนําไปวางซ้อนบน Ov00 ทับขึ้นไป บางคนก็จะวางลูกอม เงินขวดเหล้า นมไว้ข้างๆ Ov00 หรือกรณีระหว่างทางรถคนขับอาจใช้วิธีบีบแตรแสดงความเคารพ

ผ้าที่ผูกแต่ละสีมีความหมายคือ สีขาวแทนน้ำนม, แทนพระอาทิตย์, สีเขียวแทนพื้นดิน, สีแดงแทนเปลวไฟ และสีฟ้าแทนท้องฟ้า

อุทยานแช่งชาติคุสเตน เนอรูอู (Khustain Nuruu National Park)

อุทยานคุสเตน เนอรูอูหรืออีกชื่อคือ Hustai National Park มีความหมายว่าแหล่งของ silver birch เป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งที่เปลือกนอกมีสีขาว อุทยานตั้งในจังหวัด Tuv ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ห่างจากอูลานบาตาร์ 100 กิโลเมตร ถูกประกาศเป็นอุทยานเมื่อปี ค.ศ. 1993 เป็น แหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ของพืชกว่า 459 สายพันธุ์และสัตว์นานาชนิดเช่น กวาง สุนัข จิ้งจอก หมาป่า ผีเสื้อ นก marmot (กระรอกใหญ่) แมลง มอส เห็ด ไลเคน ฯลฯ มีแม่น้ําตูล (TLul) ไหลผ่าน และที่สําคัญที่อุทยานแห่งนี้ได้ริเริ่มโครงการผสมพันธุ์และปล่อยม้าพันธุ์ ทาคิ Takhi (Przewalski’s horse) กลับคืนสู่ธรรมชาติได้เป็นผลสําเร็จ

จากบริเวณป้ายทางเข้าอุทยานจะเห็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยวทางซ้ายมือมีลักษณะเป็นเกอร์ 3 หลังสีขาวเรียงกัน หลังหนึ่งจะเป็นห้องจัดฉายวิดีโอประวัติความเป็นมาของอุทยานและเรื่องราวของม้าพันธุ์ทาคในภาษาอังกฤษ ใช้เวลาชมราวๆ 15 นาที พอจะให้เราเห็นภาพรวมของอุทยานได้ดีทีเดียว

หลังที่สองขายของที่ระลึกงานฝีมือ พวงกุญแจ แผนที่โปสการ์ด ฯลฯ ส่วนหลังสุดท้าย จัดแสดงนิทรรศการพืชพันธุ์และสิ่งมีชีวิตที่ถูกค้นพบในอุทยาน มีทั้งรูปภาพ และสัตว์ สตาฟ ที่สําคัญมีเจ้าหน้าที่หนุ่มมองโกลหน้าใสที่พยายามอธิบายเรื่องราวที่จัดแสดงเป็นภาษาอังกฤษให้ฟังอีกด้วย และนิทรรศการ เรื่องราวของม้าทาคพระเอกของอุทยานก็มีกลุ่มนักท่องเที่ยวจะถูกพามาที่เกอร์นี้ก่อนเลยเพื่อชมวิดีโอบรรยายประวัติความเป็นมาของอุทยานให้ชมเช่นกัน

ร้านขายของที่ระลึกมีตุ๊กตาน้องม้าทาคิจะซื้อไว้ไปกอดให้หายหนาว หรือจะเป็นงานเซรามิครูปปั้นไว้ตั้งโชว์ รวมทั้งคู่มือศึกษาพันธุ์ไม้ดอกไม้และนกก็มีให้เลือกซื้อด้วยเช่นกัน

ส่วนรอบๆศูนย์นักท่องเที่ยว ยังมีเกอร์สําหรับนักเดินทางไว้ให้บริการด้วยและมีร้านอาหารอีก 1 แห่ง น่าจะเป็นจุดพักที่มีอยู่แค่ที่เดียวเช่นกัน ส่วนเกอร์เอกชนรายอื่นๆ ในละแวกนี้กลับไม่เห็นเลย บริเวณนี้เลยดูค่อนข้างจะคึกคักเป็นพิเศษ

ค่าเข้าชมอุทยาน: 18,000 ทุกรุก
ช่วงฤดูท่องเที่ยว: พฤษภาคม-ตุลาคม ถ้าเป็นช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิในแถบนี้ -3o องศา

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet