พาชมอนุสาวรีย์เจงกิสข่านทรงม้า ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Genghis Khan Equestrian Statue

อนุสาวรีย์เจงกิสข่านทรงม้า
Genghis Khan Equestrian Statue

อนุสาวรีย์เจงกิสข่านทรงม้าเป็นอนุสาวรีย์ในแบบขี่ม้าที่สูงที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกห่างจากอูลานบาตาร์ 54 กม. ในบริเวณ Tsonjin Boldog สร้างในปี ค.ศ. 2006 เพื่อฉลองครบรอบ 800 ปีแห่งการก่อตั้งจักรวรรดิมองโกลเลีย สร้างในบริเวณที่ค้นพบ แส้ทองคําของเจงกิสข่าน บริเวณโดยรอบเป็นที่โล่งจึงสามารถเห็นอนุสาวรีย์ที่สูงถึง 40 เมตร ทําจากสเตนเลส 250 ตันสะท้อนแสงแดดเป็นประกายเงินวาววับได้ในระยะไกล ส่วนตําแหน่งที่ตั้งอนุสาวรีย์สร้างให้เจงกิสข่านหันหน้าทางทิศตะวันออกมองไปยังดินแดนที่ท่านถือกําเนิดมา ส่วนมือขวาของเจงกิสข่านถือแส้ทอง

หลังจากได้ตั๋วมาแล้ว จะมีไกด์สาวชาวมองโกเลียเป็นพนักงานประจําศูนย์ท่องเที่ยวแห่งนี้ มาบรรยายสรุปเป็นภาษาสั้นๆราว 5 นาทีถึงประวัติความเป็นมาของสถานที่ ของเจงกิสข่าน พอเล่าจบก็ปล่อยให้นักท่องเที่ยวทั้งหมด เดินชมสถานที่ตามอัธยาศัย หลายๆจุดจะไม่มีป้ายบรรยายที่ไปที่มาให้อ่าน ต้องอาศัยการชมด้วยตาเป็นหลักเสียส่วนใหญ่

ด้านล่างที่ฐานของอนุสาวรีย์เจงกิสข่านมีโถงจัดแสดงนิทรรศการของจําลองบูทยักษ์และอาวุธของเจงกิสข่าน ที่ทําขนาดใหญ่ก็คงให้พอเหมาะกับไซส์ของอนุเสาวรีย์ บริเวณใกล้ๆกันยังมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านขายของที่ระลึก และราประจําชาติเพื่อถ่ายรูป นับว่าเป็นที่นิยมจากที่ชาวต่างชาติทั้งเอเชียและฝรั่งเยอะ สําหรับมุมถ่ายรูปฮอตฮิตก็หนีไม่พ้นมุมถ่ายกับรองเท้าบูทในห้องโถงนี้ สําหรับ นับว่าถูกมากๆ มีสารพัดแบบและสีให้เลือก ทั้งชุดใช้งานพิธีการและชุดออกรบประสบการณ์น่าลองดูถ้าพอมีเวลา

ส่วนชั้นใต้ดินมีจัดแสดงนิทรรศการเครื่องใช้โบราณในสมัยยุคสัมฤทธิ์และสมัยอาณาจักร Xiongทน ห้องจัดแสดงเกอร์ อาวุธที่ใช้ในสมัยยุคคริสต์ศตวรรษที่ 13 ถึง 14 และภาพวาดของข่านทั้ง 36 องค์ที่ปกครองมองโกเลีย เริ่มจากเจงกิสข่านจนถึงข่านองค์ สุดท้าย Ligdan Khan แห่งราชวงศ์หยวน นอกจากนี้ยังมีห้องฉายวิดีโอแสดงถึงการก่อสร้างอนุสาวรีย์นี้ด้วย แต่ถ้าขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเป็นร้านอาหารคาเฟ่

เวลาบริการ: 09:00-20:00 น. ในฤดูร้อน, 10:00-18:00 น. ในฤดูหนาว
ค่าเข้าชม: 8,500 ทุกรุก, ค่าเช่าชุด (ไม่มีบริการถ่ายรูปให้) ถ่ายในโถงชั้น 1 ราคา 3,000 ทุกรุก (ราว 1.25 ดอลลาร์) และ 7,000 ทุกรุก (3 ดอลลาร์) ถ้าใส่ไปถ่ายที่ห้องอื่น

จักรวรรดิมองโกล….

อยู่ในช่วง ค.ศ. 1206 – ค.ศ. 1368 เป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ ในยุคเจงกิสข่านและกุบไลข่าน ได้แผ่ขยายอิทธิพลในหลายประเทศ และมีพงศาวดารบันทึกไว้ว่า กุบไลข่าน จักรพรรดิ แห่งราชวงศ์หยวนได้มีพระราชสาส์นให้พ่อขุนรามคําแหง แห่งอาณาจักรสุโขทัยเข้าเฝ้า หรือส่งโอรสหรือพระอนุชามาเป็นตัวประกัน แต่พ่อขุนรามคําแหงมิได้ปฏิบัติตาม ได้แต่ส่งคณะทูตนําเครื่องราชบรรณาการไปแทนเท่านั้น

จากห้องโถงศูนย์นักท่องเที่ยวชั้นล่างสามารถขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุดจะมีทางออกไปยังหัวม้า จากบริเวณนี้จะสามารถมองเห็นวิว 360 องศาแบบพาโนรามาและเป็นบริเวณที่เราจะได้เห็นใบหน้าของเจงกิสข่านผู้ยิ่งใหญ่ได้ในมุมที่ใกล้ที่สุดเช่นกัน พื้นที่ไฮไลท์นี้เล็กมาก ยืนได้เต็มที่ไม่น่าเกิน 9-10 คน และเป็นจุดที่ผู้คนจะเซลฟี่กับท่านเจงกิสข่านมากที่สุด โอกาสที่จะไม่ติดเพื่อนร่วมเฟรมจะยากถึงยากที่สุดเพราะใครๆ ก็จะขึ้นมาชมวิว ณ จุดนี้กันทั้งนั้นเลย

Genghis Khan Equestrian Statue

เวลาที่เข้ามาอยู่ใกล้ๆ นักรบเจงกิสข่านในตํานาน ที่เคยได้ยินชื่อมาจากเพลงฮิตในอดีตนานมากแล้ว ที่ร้องว่า… “เจงเจงกิสข่าน รุกไปที่ไหนใครอย่าขวาง..รีบเปิดทางรับขุนพล” รู้สึกเหมือนเรื่องเล่าเจงกิสข่านใน วัยเยาว์ถูกขุดมาจากส่วนลึกที่ฝังไว้ตรงไหนสักที่ในสมอง แต่ก็ไม่สําคัญอีกแล้ว เพราะ ตอนนี้ได้มาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ ดินแดนของท่านเจงกิสข่าน

มองจากจุดชมวิวบนหัวม้า จะเห็นลานจอดรถ ประตูทางเข้า และ ที่ราบเจิ้งว้างสุดสายตา และพื้นที่โดย รอบในอนาคตจะมีการพัฒนาคล้ายรีสอร์ท ที่เป็นลักษณะของเกอร์ไว้ ต้อนรับนักท่องเที่ยว เท่าที่เห็นก็มี ที่พักแบบเกอร์อยู่ใกล้ๆ จํานวนไม่มากนัก อาจด้วยพื้นที่นี้ยังไม่มีแหล่งน่าสนใจทางวัฒนธรรมโบราณและ ทางธรรมชาติเท่ากับที่อื่นๆ ที่ผู้คน นิยมเลือกไปท่องเที่ยวและพักเกอร์ กันมากกว่า

บริการเช่าม้าขี่เล่นก็มีให้ลองเห็นแต่เด็กน้อยขี่ผ่านหน้าไป 2 ตัว ม้าจะออกตัวเตี้ยๆ แต่ถ้าใครซื้อ โปรแกรมทัวร์ไว้ ส่วนใหญ่มีกิจกรรมขี่ม้าอยู่รวมในโปรแกรมเช่นกัน

หลังจากไปเยือนอนุสาวรีย์เจงกิสข่านทรงม้าเสร็จ รถจะย้อนกลับเส้นทางเดิม แต่ระหว่างทางนั้นแทบ จะไม่มีแลนด์มาร์คใดให้จดจําได้ เสมือนแล้วแต่คน ขับจะพาไปจริงๆ จากนั้นนั่งรถยาว ๆ ชมวิวทิวเขาไป เกือบชั่วโมงกว่าก็จะถึงอุทยานแห่งชาติกอร์ฮี-เตเรลจ์ (Gorkhi-Terelj National Park) ตอนเที่ยงกว่าๆ

อุทยานแฝงชาติกอร์ฮี-เทโรลจ์ (Gorkhi-Terelj National Park)

อุทยานแห่งชาติกอร์ฮี-เตเรลจ มีความหมายว่า “stream-rhododendron” คําว่า rhododendron ในภาษาไทย คือ กุหลาบพันปี อุทยานตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในจังหวัด Tuv อยู่ห่างจากอูลานบาตาร์ราว 55 กิโลเมตร เป็นอุทยานใหญ่เป็นอันดับ 3 ของมองโกเลีย มีพื้นที่ติดกับ Khan Khenti Strictly Protected Area ลักษณะเป็นพื้นที่ ป่าโปร่ง และเทือกเขาที่รูปร่างแปลกตาบนพื้นที่สูง 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล และมีแม่น้ำเตเรลจไหลผ่าน จึงเป็นที่มาของชื่ออุทยานแห่งชาตินี้

ถนนเส้น A0501 ที่พาออกมาจากอูลานบาตาร์แล้วเลี้ยวเข้ามาถึงอุทยานนั้น เป็นถนนลาดยางอย่างดี มีแค่ 2 เลน ไป-กลับ สวนกันเนื่องจากรถไม่ได้ขวักไขว่ จึงขับไปอย่างสบายๆ และอุทยานไม่ไกลเกินไป จึงมีเกอร์สําหรับนักท่องเที่ยวหลายแห่งตามหุบเขากระจัดกระจาย

คําถาม…ถ้าคนมองโกเลียจะหา อะไรกินข้างทาง จะทําอย่างไรในเมื่อปั้มก็ไม่มี ตึกแถวก็ไม่เห็นและนี่คือ คําตอบคล้ายๆ เพิงผ้าใบตั้งเรียงหลายเจ้า ถ้าสนใจก็ขับตัดทุ่งหญ้า เข้าไปจอดแวะทาน เห็นมีป้ายเมนู ภาพอาหารขนาดใหญ่ล่อตาล่อใจคน ที่ขับผ่านไปมาเหมือนกันนะ

หลังจากผ่านประตูทางเข้าไม่เท่าไหร่ สายตาก็ปะทะกับหินก้อนมหึมาที่ตั้งอยู่โดดเด่นสะดุดตา รูปร่างดูปราดเดียวตอบได้เลยว่าเป็นเต่า หินเต่ายักษ์นี้มีชื่อว่า Melkhi Khad รถจะจอดให้ได้ถ่ายรูปคู่หินเต่า สัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติกอร์ฮี-เตเรลจ และใกล้ๆกันมีเกอร์ขายของที่ระลึกอยู่ 1 ร้าน กับอีก 1 แผง แค่นี้จริงๆแต่มีทุกสิ่งให้ช้อปพอสมควรแก่ทรัพย์ที่มีพกมา 

Turtle rock เป็นหินแกรนิตที่ถูกกัดเซาะเกิดตามธรรมชาติจนมีรูปร่างคล้ายเต่าสูง 24 เมตร จากตํานานเรื่องเล่าของ Turtle rock กล่าวว่าในสมัย Galdan ผู้นําแห่งราชวงศ์ Oirat (ชนเผ่าหนึ่งในมองโกเลีย) ได้พากองกําลังที่กําลังจะเพลี่ยงพล้ำสงครามมาหยุดบริเวณนี้ และได้เอาสมบัติทองเพชรพลอยซ่อนในร่องหินของ Turtle rock แต่พระมเหสีองค์หนึ่งไม่ยอมหนีเพราะหวงสมบัติ Galdan จึงได้สังหารพระชายาเสีย เพื่อให้วิญญาณวนเวียนเฝ้าสมบัติแทน 

เกอร์สีขาวคือร้านขายของที่ระลึกเพียงร้านเดียวที่เห็นในอุทยาน ส่วนแผงเครื่องสัมฤทธิ์ที่วางตากแดดตากลมไม่เห็นเจ้าของแผง และไม่มีป้ายราคาเสียด้วย แสดงว่าคนที่นี่เชื่อใจกันได้ไม่มีขโมยสมบัติผลัดไปชื่นชม หรือจะอาศัยวิญญาณพระชายาของท่าน Galdan  

งานศิลปะมองโกลมีทั้งงานเย็บปักถักร้อยงานหนังงานสัมฤทธิ์ ที่แล้วแต่จะมา ที่นิยม และราคาไม่แพงก็เช่น พวกพวงกุญแจหนังเย็บเป็นรองเท้าบู๊ทคูเลย และตุ๊กตาเหมาะที่จะเป็นของฝากร้านรับทั้งเงินดอลลาร์ ยูโร และทุกรุก และ สามารถต่อรองราคาได้

ค่าเข้าอุทยาน: 3,000 ทูกรุก

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet