เที่ยวชมอุทยานแห่งชาติขอจด์ข่าน ที่ขึ้นชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในโลก

boyd-khan

– อุทยานแห่งชาติขอจด์ข่าน ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก-
Boyd Khan Mountain National Park

อุทยานแห่งชาติบอจด์ข่านได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี ค.ศ. 1996 ในด้านวัฒนธรรม และในสมัยรัฐบาลมองโกเลียภายใต้การปกครองของราชวงศ์ชิงของจีนก็ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1783 ภูเขามีระดับความสูง 2,268 เมตร อุทยานตั้งใกล้ชานเมืองอูลานบาตาร์ ห่างออกไปราว 52 กิโลเมตร ทางทิศใต้ ลักษณะพื้นที่เป็นป่าโปร่งมีต้นสนซีดาร์ และสลับกับเนินหิน มีสัตว์ป่า เช่น กวาง หมี กระต่าย หมาป่า สุนัขจิ้งจอกอาศัยอยู่ในความเชื่อของชาวมองโกลถือว่าบอจด์ข่านเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ คําว่า Bogd แปลว่า ศักดิ์สิทธิ์ ส่วน Khan แปลว่า กษัตริย์ และภูเขายังมีรูปร่างคล้ายพญาครุฑ ซึ่งเป็นหนึ่งในเทพที่ชาวมองโกลให้ความเคารพบูชา

ในสมัยราชวงศ์ชิงชาวมองโกล ได้มีพิธีสักการะภูเขาปีละ 2 หน คือ ในฤดูใบไม้ผลิกับใบไม้ร่วง และ จักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง ยังได้มอบเงินเดือนและของมีค่าแก่ภูเขาบอจด์ข่านเสมือนว่าเป็นขุนนาง ในราชสํานักเช่นกัน ในปัจจุบันที่ นี้ยังเป็นที่นิยมสําหรับการเทรคกิ่งมีทั้งเยี่ยมชมวิหาร Manjusri Monastery อีกด้วย

Lavrin temple

จากที่จอดรถ เดินขึ้นเนินเล็กน้อยราว 50 เมตร จะเห็นอาคารชั้นเดียว คือ Lavrin temple ข้างในเป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ เก็บรักษาพันธุ์สัตว์ มีสัตว์สตาฟมากมาย โครงกระดูกสัตว์ และภาพวาดสัตว์ ที่ถูกค้นพบในอุทยาน อีกทั้งยังจัดแสดงเกี่ยวกับธรรมชาติในบริเวณ นี้ก่อนที่จะไปเทรคกิ้งหรือชมวิหาร Manjusri กันต่อ

จากLavrin temple ต้องเดินไปทางซ้ายมือ แล้วข้ามสะพานเล็กๆสีเหลืองไปอีกด้านจะเห็นส่วนของ Main temple ที่ยังเหลือตั้งอยู่บนเชิงเขา ต้องเดินไปอีกราว 300 เมตร เป็นนทางไม่ชันมาก อาศัยเดินไปตามก้อนหินและทางเดินที่ถูกเซาะดินเป็นขั้นเอาไว้แล้ว พอให้หยุดหายใจเป็นระยะๆ

boyd-khan

ค่าตั๋ว: 1,000 ทุกรุก (รวม Manjusri Monastery แล้ว)

– วิหาร Manjusri –
Manjusri Monastery

วิหารถูกสร้างในปี ค.ศ. 1733 เป็นศาสนสถานในทางศาสนาพุทธทิเบต และถูกทําลายไปในปี ค.ศ. 1937 โดยการปกครองระบบคอมมิวนิสต์ที่กวาดล้างความเชื่อทางศาสนา รวมทั้งสังหารพระลามะ ไปเป็นจํานวนมาก ก่อนหน้านี้วิหารแห่งนี้เป็นหนึ่งในวิหารที่ใหญ่ที่สุด ในมองโกเลียมีวัดตั้งอยู่ราว 20 วัด และมีพระลามะพํานักอาศัยราว 300 กว่ารูป มีผู้นําศาสนาคือ ลามะ Bogd Gegeen หลังจากการล่มสลายของระบบคอมมิวนิสต์โซเวียตในปี ค.ศ. 1990 วิหาร Manjusri จึงได้รับการบูรณะในเฉพาะส่วนของ Main Temple ที่ยังหลงเหลืออยู่และกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไป

ปัจจุบัน Main Temple เป็น อาคาร 2 ชั้น เก็บรักษาภาพถ่ายของพระลามะ ภาพของวิหารเดิม ภาพ เขียนสีทังกา หน้ากาก Tsam Dance โบราณอยู่ชั้น 2 และมีร้านขายของที่ระลึกเล็กๆ ที่ชั้นล่าง อาคารค่อนข้างเก่าทรุดโทรมตามกาลเวลาและยังเป็น พื้นที่หวงห้ามถ่ายรูป มีเพียงห้องพระ แรกที่อนุญาตให้ถ่ายรูปได้

ร้านขายของที่ระลึกชั้นล่างมุมขวาสุด มีพวกโปสการ์ด พวงกุญแจ เลยได้โปสการ์ดภาพวาดมีตัวหนังสือ มองโกลโบราณกับพวงกุญแจภาพม้าทาคิ ในราคาที่ไม่แพงมากนัก นับว่าเป็นสัญลักษณ์ของมองโกเลียเลยก็ว่าได้ 

ย่านถนน Peace และถนน Seoul แผล่งท่องเที่ยวในเมืองอูลานบาตาร์

เมืองอูลานบาตาร์มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร ผับ ศูนย์การค้า ร้านกาแฟ และธนาคารจะกระจุกรวมตัวใกล้กับจัตุรัสชุคบาตาร์ สามารถใช้การเดินเท้าได้ไม่ยากจนเกินไป
ในตัวเมืองจะมีรถบัสวิ่งให้บริการอยู่หลายสาย ทั้งถนน Peace และ ถนน Seoul เป็นแหล่งที่นิยมของชาวเมืองวัยรุ่น และนักท่องเที่ยวมาเดินเล่น ซึ่งมีร้านอาหารหลายประเภทตั้งกันอยู่หลากหลายให้ลิ้มลอง และเปิดอยู่จนดึกดื่น

ร้าน khan buuz

เป็นร้านฟาสต์ฟูดอาหารมองโกเลีย แบบต้องบริการตนเอง โดยสังที่เคาน์เตอร์ แม้พนักงานจะพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง แต่มีเมนเป็นภาษาอังกฤษควบคู่รูปภาพให้เลือกชี้ได้อย่างสะดวก ราคาเฉลี่ย 3,000-7,000 ทุกรุก (40-90 บาท) ต่อจาน รับแต่เงินสดทุกรุก เท่านั้น

Note: ธนาคารในมองโกเลีย มีมากมายทั้งบนถนน Peace และถนน Seoul มีป้ายหน้าอาคารเป็นภาษาอังกฤษชัดเจน และ แทบทุกธนาคารมีผู้คนเข้าคิวรอรับบริการมากมาย จึงต้องเผื่อเวลาในการแลกเงินเสียหน่อย บางธนาคารก็ปิดวันอาทิตย์ ควรแลกให้เพียงพอสําหรับใช้ตลอดทริป เพราะ ออกไปนอกเมืองจะไม่มีธนาคารอีกเลย

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet