ท่องยามราตรี Las Vegus เมืองที่ไม่เคยหลับใหล

– Stratosphere –

หอคอยที่ตั้งสูงเด่นมองเห็นได้จากหลายๆ มุมในตัวเมืองเป็นที่ตั้งของโรงแรม Stratosphere ตรงรอยต่อระหว่าง ย่านสตริปกับดาวน์ทาวน์ แต่ยังถือว่าอยู่ในสตริป ค่ารถชัตเติลบัส จากสนามบินก็คิดราคาเดียวกับโรงแรมในสตริป

โรงแรมเปิดเมื่อปี 1979 ด้วยจํานวนห้องพัก 2,427 ห้อง ชั้นล่างเป็นคาสิโน บุปเฟต์ และยังมีร้านอาหาร ร้านค้า สระ ว่ายน้ำ สปา ฟิตเนส ให้บริการเหมือนกับโรงแรมอื่นๆ ค่าห้องพัก ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับบริการต่างๆที่มี 

และสิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวไปที่นี่ก็คือ หอคอยสูง 350 เมตร เปิดเป็นจุดชมวิวมองเห็นลาสเวกัสได้รอบด้าน แถมยังมีเครื่องเล่นหวาดเสียวบนยอดหอคอยให้หัวใจหวิวอีกหลายอย่าง คือ Big Shot ซึ่งจะพาขึ้นสูงไปอีก 50 เมตร แล้วทิ้งตัวลงมา Insanity แขนหุ่นยนต์ที่จะพาผู้เล่นหมุนและยื่นออกไป นอกหอคอย Xscream พาผู้เล่นพุ่งทะยานออกไปสู้ความเวิ้งว้าง และ Sky Jump ให้ทดสอบความกล้าด้วยการกระโดดลงไปจากหอคอย เป็นที่นิยมของบรรดาวัยรุ่นและผู้ชอบความตื่นเต้น หวาดเสียวมาก

stratosphere

เวลาเปิด Stratosphere Tower
• ทุกวัน 10.00-01.00 น.
• ศุกร์-เสาร์ เปิดถึง 02.00 น.
ขึ้นชมจุดชมวิว 20 $ ค่าเครื่องเล่น แตกต่างกันไป
เว็บไซต์: www.stratospherehotel.com

เหตุผลที่ควรพักที่นี่ ดังนี้
1. ห้องพักกว้างขวาง มองเห็นวิวตัวเมืองได้แบบไม่มีอะไรบดบัง ที่สําคัญราคาไม่แพง
2. สามารถขึ้นชมจุดชมวิวบนหอคอยได้ฟรี เป็นโปรโมชั่นสําหรับแขกผู้เข้าพัก
3. มีบุฟเฟต์เช่นเดียวกับโรงแรมอื่นๆ
4. เดินทางสะดวก เพราะอยู่กึ่งกลางตัวเมือง Deuce/ SDx วิ่งผ่านมีป้ายจอดข้างโรงแรม
5. มีร้านอาหารร้านค้า พอให้ได้ซื้อหาและฝากท้อง Stratosphere เป็นอีกโรงแรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจคิดเหมือนผมก็ได้ เพราะถือว่ามีสิ่งอํานวยความสะดวกครบครัน ในแต่ละวันเราแทบ ไม่ได้อยู่ในโรงแรม โปรแกรมเที่ยวแน่นเอี้ยด ส่วนใหญ่ลัดเลาะอยู่บนสตริป ซึ่งดูคึกคักตื่นตาตื่นใจกว่ามากร้านค้า ร้านอาหารหาได้ง่ายและมีให้เลือกมากกว่า ดังนั้นโรงแรมจึงเป็นเพียงที่นอนเท่านั้น ที่นับว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจําก็คือการขึ้นชมวิวบนหอคอยที่สูงที่สุดในลาสเวกัสแห่งนี้แหละ

สีสันย่าน Downtown

  • Fremont Street

ผมใช้เวลาในช่วงหัวค่ําหลังจากกลับจากเดย์ทัวร์แกรนด์แคนยอนไปที่ถนนฟรีมอนต์แห่งนี้ ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของย่านดาวน์ทาวน์ อันถือเป็นจุดกําเนิดลาสเวกัสราวปี 1905 มีโรงแรม คลับบาร์ คาสิโน รวมตัวกันอยู่บนถนนฟรีมอนต์ ก่อนที่ความรุ่งเรืองจะย้ายไปอยู่บนสตริปในปัจจุบัน

จนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาทางการลาสเวกัสได้เริ่มพัฒนาย่านดาวน์ทาวน์ให้หวนคืนสู่บรรยากาศอันคลาสสิกอีกครั้ง ด้วยการใส่หลังคาโค้งคลุมไปทั้งถนนฟรีมอนต์ยาวประมาณ 500 เมตร ร้านรวงต่างๆ เริ่มเข้าไปจับจองโรงแรมและคาสิโนต่างๆ ได้ปรับปรุงพัฒนาสถานที่ของตน แสงไฟนีออนกลับมาสว่างไสวเจิดจ้า จนกลับมาคึกคักมีชีวิตชีวาได้จนถึงปัจจุบันและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มักหาโอกาสไปเดินบนถนนแห่งนี้ เป็น The Must ของลาสเวกัสเลยทีเดียว

ความพิเศษของถนนฟรีมอนต์อยู่ที่หลังคาโค้งสูง โล่งที่ติดตั้งจอ LED เต็มพื้นที่ ถ้าจะวัดขนาดก็จะราวๆ สนามฟุตบอล 15 สนาม เป็นจอโปรเจ็กเตอร์ที่ใหญ่ยาวที่สุดในโลกไปเลย เขามีการเปิดไฟแสงสีสลับกับภาพโฆษณาตลอดเวลาทั้งวันทั้งคืน และมีโชว์ฉายภาพบนจอเหล่านี้ด้วยธีมต่างๆ  มีชื่อว่า Viva Vision ทุกต้นชั่วโมงตั้งแต่ 18.00-24.00 น.

บรรยากาศบนถนนฟรีมอนต์ให้ความรู้สึกสบายๆ มีโชว์จากบรรดาศิลปินเร่จับจองพื้นที่สร้างความ สําราญให้กับผู้ผ่านไปมาหลากหลายรูปแบบ ทั้งร้องเต้น เล่นบทเพลง กายกรรม มายากล สลับกับโชว์เรียกแขกของบรรดาสาวๆ หน้าคลับบาร์คาเฟเชิญชวนให้เข้าไปใช้บริการในร้านของตน

stratosphere

โรงแรมบนถนนฟรีมอนต์

ตลอดแนวถนนฟรีมอนต์ มีโรงแรมและคาสิโนที่มีบริการต่างๆ เช่นเดียวกับคาสิโนโฮเทลบนสตริป ต่างกันที่ความหรูหราและความใหญ่โตอาจดูน้อยกว่า ข้อดีก็คือราคาค่าห้องพักถูกกว่ามาก เริ่มจาก The D Las Vegas จํานวนห้องพัก 638 ห้องบนตึกสูง 34 ชั้น ตั้งอยู่ตรงปากทางเข้าถนนฟรีมอนต์ ชื่อ D มา จากอักษรย่อชื่อเจ้าของคือ Dereks Stevens ภายในมี ร้านอาหาร สระว่ายน้ำ สปา และคาสิโนถึง 2 ชั้น

stratosphere

Four Queens สร้างในปี 1966 จํานวนห้องพัก 690 ห้อง ชื่อโรงแรมมาจากลูกสาวทั้ง 4 คนของเจ้าของโรงแรม

Fremont ชื่อเดียวกับชื่อถนน อยู่ตรงข้ามกับ 4 Queens สร้างเมื่อปี 1956 จุดเด่นอยู่ที่จํานวนตู้สลอตและตู้เกม กว่า 1,000 ตู้ตั้งกันอยู่อย่างเบียดแน่นแบบตู้ชนตู้

Golden Nugget ถือเป็นหน้าเป็นตาหรูหราที่สุดใน ดาวน์ทาวน์ พื้นปูด้วยหินอ่อน มีนักเก็ตสีทองหนัก 27 กิโลกรัม เป็นสัญลักษณ์ ว่ากันว่าเป็นรูปปั้นนักเก็ตใหญ่ในโลก ภายในมีสระน้ำและอะควาเรียม ตู้โชว์ปลาฉลาม ปลากระเบนและสัตว์ทะเลอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมีคาสิโนโฮเทลอื่นๆ ตั้งอยู่ใกล้เคียงถนนมอนต์ที่เดินไปถึงได้สบายๆ คือ Bolden Gate Hotel โรงแรมเล็กที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในลาสเวกัส ตั้งอยู่ปลายถนนฟรีมอนต์ สร้างตั้งแต่ปี 1904 เดิมชื่อโรงแรมเนวาดา มีห้องพักเพียง 122 ห้อง แต่มีต้ สลอตและตู้เกมถึง 500 ตู้ จุดเด่นของโรงแรมแห่งนี้คือ มี คอกเทลกุ้งในถ้วยแก้วดอกทิวลิป สั่งตรงจากซานฟรานซิส โกมาบริการแขกที่นี่ทุกวัน ทํามาแบบนี้ตั้งแต่ช่วงปี 1950 โน่นเลยทีเดียว นอกจากนี้พนักงานในคาสิโนและโต๊ะเกมต่างๆ ก็แต่งกายด้วยชุดแสนเซ็กซี่ ทําให้โกลเดนเกทยังครองใจแขกผู้เข้าพักและนักพนันได้อย่างยาวนานแบบนี้ ต้องขอบอกว่าขนาดไม่ใช่ปัญหาสําหรับที่นี่ในการแข่งขัน ทางธุรกิจ ยิ่งเล็กยิงคล่องแคล่ว ทําอะไรได้ไวกว่า

Plaza Hotel & Casino อยู่ปลายสุดถนนฟรีมอนต์ เปิดเมื่อปี 1971 ด้วย จํานวนห้องพัก 1,003 ห้องมีร้านอาหารนานาชาติ รวมทั้งร้าน Fast Food เช่น McDonald’s และ Subway เป็นต้น ฝังใต้ของโรงแรมติดกับสถานีรถบัสเกรย์ฮาวด์ (Greyhound Bus Station) สะดวกมากหากเดินทางจากเมืองอื่นมาด้วยรถบัสเจ้านี้

California Hotel โรงแรมที่วางธีม ให้เป็นบรรยากาศแบบฮาวาย ตั้งแต่พนักงานโรงแรม การตกแต่ง สระน้ำ ห้องเกมและตู้เกมตั้งชื่อตามสถานที่ในฮาวาย รวมทั้งอาหารจากทะเลใต้และ อาหารตะวันออกจากโรงแรมนี้มีทาง เดินเชื่อมไปยัง Main Street Station Hotel ฝั่งตรงข้ามได้

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet