แนะนำการเดินทางพิชิตยอดเขายุงเฟรา (Jungfraujoch)

jungfraujoch-2

-ยอดเขายุงเฟรา (Jungfraujoch)-

ขอเริ่มต้นเดินทางตั้งแต่สถานี Interlaken Ost ท่านใดที่จะไปต่อหลังลงจากยอดเขา Schilthorn เสร็จ ให้จับรถไฟตามมาได้ตั้งแต่สถานี Lauterbrunnen จาก อินเทอร์ลาเค่น สามารถเลือกขึ้นได้สองเส้นทาง คือ ฝั่ง Lauterbrunnen (เส้นสีแดง) หรือฝั่ง Grindelwald (เส้นสีน้ำเงิน) โดยทั้งสองเส้นทางจะไปบรรจบกันที่สถานี Klein Scheidegg ก่อนจะต่อรถไฟขึ้นไปยอดเขายุงเฟรา ซึ่งผมเลือกขึ้นเขาฝั่ง Lauterbrunnen แล้วลงมาผ่านเส้นทาง Grindelwald เพื่อจะได้ชมทิวทัศน์ข้างทางได้สองรูปแบบ

ผู้ถือบัตร Swiss Pass สามารถขึ้นรถไฟได้ฟรีถึงแค่สถานี Wengen และ สถานี Grindelwald หากขึ้นไปต่อที่สถานีไคเนอไชเด็กก์ (Klein Scheidegg) และ สถานียุงเฟรา (Jungfraujoch) ต้องซื้อตัวเพิ่ม แต่จะได้รับส่วนลด 25% ซึ่งแนะนํา ให้ซื้อตั๋วให้เรียบร้อยตั้งแต่อยู่สถานี Interlaken Ost เพราะไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อที่หลัง (ลดเหลือ 153.30 ฟรังก์ จากราคาปกติ 204.40 ฟรังก์)

jungfraujoch-2

ขอพูดถึงการโดยสารรถไฟเริ่มต้นที่สถานี Klein Scheideo0 สถานีที่รถไฟทั้งจาก Lauterbrunnen และ Grindelwald มาบรรจบกัน หลังจากนั้นให้เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟอีกขบวน ซึ่งจะนําทุกท่านขึ้นไปยังยอดเขายุงเฟรา (Jungfraujoch)

ระหว่างเส้นทางจากสถานี Klein Scheidegg ขึ้นไปสถานี Jungfraujoch ส่วนใหญ่เป็นการเจาะอุโมงค์เข้าไปในภูเขา จึงแทบไม่ค่อยเห็นวิวสองข้างทางมากนัก แต่รถจะจอดให้ผู้โดยสารแวะปรับสภาพร่างกาย 2 สถานี คือ สถานี Eigerwand และ สถานี Eismeer จุดละ 5 นาที สามารถลงจากรถไฟเพื่อแวะเข้าห้องน้ำ หรือชมวิวมุมสูง บริเวณสถานีที่เจาะกระจกติดตั้งไว้ให้ ทั้งนี้มีข้อแนะนําว่า ไม่ควรรีบวิ่งขึ้นลงรถไฟ เพราะทําให้เหนื่อยง่าย และหายใจลําบาก เนื่องจากอยู่ที่สูง อากาศค่อนข้างเบาบาง

ยอดเขายูงเฟรา (Jungfraujoch) มีความสูง 4,158 เมตร หนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์คําว่ายุงเฟรา มีความหมายว่า หญิงสาวพรหมจรรย์ ส่วนภูเขา ที่อยู่ติดกันอย่างไอเก้อ Eiger) หมายถึงคนชรา และเมินซ์ (Monoh) 

สถานีรถไฟ Jungfraujoch ที่โฆษณาว่าเป็น Top of Europe นั้นไม่ได้หมายถึง จุดที่สูงที่สุดของทวีปยุโรป แต่หมายถึง สถานีรถไฟที่สูงที่สุดของยุโรป ซึ่งอยู่ระดับความสูง 3,454 เมตร เส้นทางรถไฟมีความคิดริเริ่มตั้งแต่ราว ค.ศ.1870 แต่กลับถูกชาวบ้านต่อต้าน เพราะกลัวสัตว์ลากจูงของตนจะหมดโอกาสทํามาหากิน กระทั่งปี 1996 เศรษฐีเจ้าของ เส้นทางรถไฟของสวิส เริ่มต้นลงทุนก่อสร้างรถไฟสายนี้ขึ้น ใช้เวลาสร้าง 16ปีมาแล้วเสร็จ เมื่อปี ค.ศ. 1912 และเปิดให้บริการวันแรกในวันที่ 1 ส.ค.1912 ด้วยเงินลงทุนรวมกว่า 16 ล้านฟรังก์ ทําให้คนรุ่นหลังสามารถขึ้นไปพักผ่อนบนยอดเขายูงเฟราได้ง่ายดายมากขึ้น

เมื่อรถไฟเข้าจอดที่สถานี Jungfraujoch สามารถเลือกไปทํากิจกรรมได้ตามใจชอบ เพราะมีหลายจุด โดยจะขอแบ่งพื้นที่เป็น 2 โซน คือ โซนที่อยู่ระดับชั้นเดียวกันกับสถานีรถไฟ (ไม่ต้องขึ้นลิฟต์) กับโซนที่ต้องขึ้นลิฟต์ไปด้านบน ซึ่งมีเพียง หอคอยสปริงก์ (Sphinx) จุดเดียวเท่านั้น กิจกรรมที่เหลืออยู่ด้านล่างหมด

หอคอยสปริงก์ (Sphinx) ใช้เป็นหอสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ ก่อสร้างคล้ายกับรูปปั้นสปริงก์ในประเทศอียิปต์ บริเวณโดยรอบหอคอยสปริงก์เปิดให้เป็นพื้นที่ชมวิวมุมสูงที่ระดับ 3,571 เมตร สูงจากสถานีรถไฟยุงเฟรามาอีกร้อยกว่าเมตร ภายในอาคารยังมีร้านนาฬิกา Kirchhofer ส่วนใหญ่จําหน่ายแบรนด์ราคาสูง และยังเป็นร้านนาฬิกาที่ตั้งอยู่สูงที่สุดของโลก

ส่วนกิจกรรมที่อยู่ด้านล่าง เช่น Aletsch Glacier เป็นเส้นทางสําหรับเดินออกไปชมธารน้ำแข็ง ถ้าวันไหนลมแรงเกินไป หรืออากาศไม่ดี อาจจะปิดพื้นที่บริเวณนี้ นอกจากชมธารน้ำแข็งแล้ว ยังมีหิมะ กระดานเลื่อน และลานฝึกสกีให้เล่นสนุกๆด้วย

jungfraujoch-2

Alpine Sensation ห้องจัดแสดงข้อมูล และภาพถ่ายเกี่ยวกับการก่อสร้างทางรถไฟขึ้นมายอดเขายุงเฟรา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ให้ชมขั้นตอนต่างๆ

Ice Palace หรือถ้ำน้ำแข็งไอซ์พาเลซ เป็นการเจาะอุโมงค์ใต้ธารน้ำแข็ง พร้อมแกะสลักเป็นรูป หรือสัญลักษณ์ต่างๆ แม้ที่พื้นทางเดินจะเป็นน้ำแข็ง แต่ไม่ได้ลื่นอะไรมากนัก หรือจะใช้ราวจับริมทางเดินเพื่อป้องกันการลื่นล้มก็ได้

Plateau เป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ที่จะเปิดให้ชมในวันที่อากาศดีลมไม่แรง สามารถมองเห็นธารน้ำแข็งได้อย่างชัดเจน ไม่มีอะไรมาบดบัง หากมาในฤดูหนาว แทบจะหาโอกาสออกไปชมได้ยาก เพราะเป็นจุดกลางแจ้งที่อยู่สูง อากาศแปรปรวน

อาคาร Main Complex ที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟ สามารถแวะรับประทาน อาหารพร้อมชมวิวธารน้ำแข็งที่ริมกระจก โดยเป็นร้านอาหารบริการตนเอง สนนราคาจานละประมาณ 20 ฟรังก์ หรือจะเลือกซื้อบะหมีกึ่งสําเร็จรูปที่ร้านชั้นล่าง ราคาเพียง 8 ฟรังก์ นอกจากนี้ยังมีร้านช็อคโกแลต Lindt และร้านนาฬิกา Tissot อยู่ภายในอาคาร ก่อนขึ้นรถไฟกลับ อาจแวะส่งโปสการ์ดจากที่ทําการไปรษณีย์ที่อยู่สูงที่สุดของยุโรป พร้อมตราประทับ Jungfraujoch – Top of Europe ไว้เป็นที่ระลึกด้วยก็ได้

ขาลงจากยุงเฟรากลับอินเทอร์ลาเค่น ถ้าท่านใดวางโปรแกรมไว้หนึ่งวันเต็ม สามารถแวะเที่ยวตามรายทาง แล้วค่อยรอจับรถไฟขบวนถัดไปกลับอินเทอร์ลาเค่นก็ได้ เช่น เมืองกรินเดลวาล์ด (Grindelwald) เป็นเมืองที่ชาวสวิสนิยมแวะมาพักผ่อน หรือ เล่นสกี เพราะตัวเมืองติดกับยอดเขาไอเก้อ (Eiger) และหากเดินเข้าไปในตัวเมืองกรินเดลวาล์ด จะมีกระเช้ามุ่งหน้าขึ้นไปยังยอดเขาฟิตส์ (First) ซึ่งได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เมืองเล็กแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของความสวยงามท่ามกลางหุบเขา และยังมีสิ่งอํานวยความสะดวก อาทิ โรงแรม, ร้านอาหาร, ร้านนาฬิกา, ร้านขายของ ที่ระลึก รอต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ บางท่านที่ขึ้นยุงเฟราอาจเลือกมาพักที่นี่แทน อินเทอร์ลาเค่น เพราะสะดวกกว่า และบรรยากาศเป็นธรรมชาติมากกว่า

 

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet