แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ณ กรุงเบิร์น ประเทสสวิสเซอร์แลนด์ ตอนที่ 2

bern-2

หากใครมาถึงประเทศสวิสแล้วก็คงต้องได้มีโอกาสมาเที่ยวที่กรุงเบิร์นเป็นแน่ เพราะเป็นเมืองหลวงของประเทศสวิส แถมยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองมรดกโลกอีกด้วยนะ ว่าแล้วก็อย่ารอช้าไปทำความรู้จักสถานที่เที่ยวต่างๆในกรุงเบิร์นกันได้เลย

  • บ้านไอน์สไตน์ (Einsteinhaus Bern)

เดินถัดจากหอนาฬิกาตรงไปตามถนน Kramgasse ประมาณ 100 เมตร ก็ถึงบ้านไอน์สไตน์ (Einsteinhaus) ซึ่งเขาเคยมาเช่าพักอาศัยบนชั้น 2 ของอาคารเลขที่ 49 ถนน Kramgasse ระหว่างปี ค.ศ.1903-1905 ขณะมาทํางานเป็นผู้ตรวจสอบของสํานักงานสิทธิบัตรสวิส และยังเป็นสถานที่ที่เขาใช้คิดค้นหลักทางวิทยาศาสตร์มากมายปัจจุบันบ้านที่ไอน์สไตน์เคยใช้พักอาศัยหลังนี้ เปลี่ยนมาเป็นสถานที่จัดแสดงห้องพักขนาดเล็กๆ พร้อมนิทรรศการขนาดย่อมที่บอกเล่าเรื่องราวของไอน์สไตน์ ชั้นล่างเป็นคาเฟสําหรับนั่งดื่มกาแฟ ถ้าจะให้จ่ายเงินซื้อตั๋วเข้าชม สามารถใช้ Swiss Pass ลดราคาจาก 6 ฟรังก์ เหลือ 4.5 ฟรังก์ ก็เลยขอแวะเข้าดูหน่อย

bern-2

เวลา : 10.00-17.00 น. (ซื้อบัตรก่อนเวลา 16.45 น.)
ค่าเข้าชม : 6 ฟรังก์, Swiss Pass ลดเหลือ 4.5 ฟรังก์
GPS : 46.9478577, 7.4499216

  • มหาวิหาร Berner Munster

จากหน้าบ้านไอน์สไตน์ เดินผ่านห้องแถวถัดไป เข้าซอยเล็กๆ เชื่อมไปยังถนน Munstergasse เพื่อแวะเยี่ยมชมมหาวิหารมีนสเตอร์ (Berner Munster) เป็นโบสถ์สไตล์โกธิก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1421 แต่เพิ่งแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1893 หอคอยบนยอดโบสถ์มีความสูงถึง 100.6 เมตร ซึ่งถือเป็นโบสถ์ที่มีความสูง ที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะมองจากมุมไหนในกรุงเบิร์น ก็สามารถเห็นมหาวิหารพื้นสเตอร์ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่สําคัญของชาติอีกด้วย

บริเวณภายนอกหน้าทางเข้าวิหาร มีรูปแกะสลักเกี่ยวกับชีวิตหลังความตาย (The Last Judgement) ในวันพิพากษาตามความเชื่อในพระคัมภีร์ไบเบิล ส่วนพื้นที่ด้านในมีลักษณะแบบเดียวกันคล้ายกับโบสถ์อื่นๆ ในทวีปยุโรปตกแต่งด้วยกระจกสี เขียนเล่าเรื่องราวชีวิตมนุษย์ และออร์แกนขนาดใหญ่สําหรับใช้ในงานพิธีต่างๆ

เสร็จสิ้นจากการชมมหาวิหารแล้ว สามารถเดินขึ้นไปบนยอดหอคอยด้านบนได้ เพื่อชมทัศนียภาพมุมสูงของกรุงเบิร์น ซึ่งต้องเดินเท้าเป็นบันไดวนขึ้นไป 312 ขั้น เพราะ ที่นี่ไม่มีลิฟต์ แต่ถ้าเดินขึ้นถึงยอดหอคอยแล้ว จะต้องรู้สึกคุ้มค่าต่อความเหนื่อยอย่างแน่นอน เพราะวิวทิวทัศน์แบบนี้ หาชมได้ยากจากมุมอื่นๆ ในกรุงเบิร์น ยิ่งถ้าวันไหนอากาศดี ก็สามารถมองเห็นแนวทิวเขาของเทือกเขาแอลป์ได้ด้วย

พื้นที่ด้านหลังวิหารมีสวนสาธารณะขนาดย่อมสําหรับไว้พักผ่อน มองเห็น โค้งแม่น้ำอาเร (Aare River) ได้อย่างชัดเจน เพราะพื้นที่ของวิหารเป็นแนวหน้าผาสูง และยังเห็นสะพานเหล็กที่ใช้เป็นทางรถไฟสําหรับข้ามแม่น้ำอาเรด้วย

bern-2

เวลา : 10.00-17.00 น. วันอาทิตย์เปิด 11.30 น. (หอคอยปิดก่อนโบสถ์ 30 นาที)
ค่าเข้าชม : โบสถ์เข้าฟรี, หอคอย 5 ฟรังก์ (1)
GPS : 46.9472338, 7.4512284

  • สวนหมี (Barengraben)

จากหน้าวิหารปืนสเตอร์เดินเลาะไปตามถนน Junkerngasse สุดทางแล้ว เลี้ยวขวาข้ามสะพาน Nydeggbrucke ไปอีกฝั่งของแม่น้ำอาเร ก็ถึงสวนหมีแบร์เช่น กราเบ้น (Barengraben) สําหรับการจัดแสดงหมีที่เป็นสัญลักษณ์ประจํากรุงเบิร์น

หลังจากกรุงเบิร์นใช้หมีเป็นสัตว์น้ําโชคในการตั้งชื่อเมือง กระทั่งปี ค.ศ.1513 จึงสร้างสวนหมีไว้ที่จัตุรัส Barenplatz ก่อนจะย้ายมาบริเวณนี้ในปี ค.ศ.1857 แม้จะ ใช้ชื่อว่าสวนหมี แต่จริงๆ มีหมีอยู่เพียง 2-3 ตัวเท่านั้น อาจจะต้องสอดส่องหาหมีสักหน่อย เพราะบางตัวขี้อายชอบหลบซ่อนตามซอกหลืบ เลยไม่ค่อยออกมาทักทายผู้คนนัก

การเดินทาง : เดิน หรือขึ้นรถประจําทางสาย 12 จากหน้าสถานีรถไฟ
เวลา : 8.00-17.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
GPS : 46.9480354, 7.4595869

  • Swiss Brand Museum

บนสะพาน Nydeggbrucke ที่เราข้ามมาเมื่อสักครู่ติดกับสวนหมี มีอาคารเล็กๆที่ใช้เป็น พิพิธภัณฑ์ Swiss Brand Museum จัดแสดงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นยี่ห้อท้องถิ่นของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บรรดาขนม เสื้อผ้า เครื่องซักผ้า ของใช้ส่วนบุคคล ซึ่งไม่ได้มีอะไรให้ชมมากนัก หากมีเวลาเหลือก็ลองแวะได้ เพราะเข้าชมฟรี

เวลา : 10.00-19.00 น. เสาร์-อาทิตย์ปิด 17.00 น วันจันทร์ปิดทั้งวัน
ค่าเข้าชม : ฟรี
GPS : 46.9483159, 7.4592692

  • สวนกุหลาบ (Rosengraten)

หากยังไม่เหนื่อย และมีเวลาเหลือ อยากแนะนําสวนกุหลาบ (Rosengraten) โดยเริ่มต้นจากสวนหมี ให้มองหาวงเวียนกลางถนนที่อยู่ใกล้ทางเข้าสวนหมี แล้วเดินขึ้นเนินฝั่งซ้ายที่มีป้ายบอกทางไป Rosengraten เป็นทางลาดชันตลอดแนว ระยะทางประมาณ 500 เมตร แต่เดิมสวนกุหลาบใช้เป็นสุสาน เพิ่งเปลี่ยนมาเป็นสวนสาธารณะ เมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมา และปลูกดอกกุหลาบกว่า 200 ชนิด พร้อมพันธุ์ไม้อีกมากมาย จากตรงนี้สามารถมองเห็นทัศนียภาพมุมสูงของกรุงเบิร์น สวยงามไม่แพ้วิหารปืนสเตอร์ หากชื่นชมความงดงามเรียบร้อยแล้ว สามารถเดินย้อนขึ้นไปอีกทาง เพื่อรอขึ้นรถ ประจําทางสาย 10 จากถนน Laubeggstrasse กลับไปสถานีรถไฟได้โดยไม่ต้องเดิน ย้อนกลับไปขึ้นรถที่สวนหมี

การเดินทาง : เดิน หรือขึ้นรถประจําทางสาย 10 จากหน้าสถานีรถไฟ 2
เวลา : 9.00-24.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
GPS : 46.9518017, 7.4600492

  • พิพิธภัณฑ์รอบจัตุรัส Helvetiaplatz

GPS : 46.9428364, 7,4496014

จากหน้าสถานีรถไฟ สามารถขึ้นรถรางสาย 6, 7 หรือ 8 ไปลงที่เฮลเวเทียพลัทซ์ (Helvetiaplatz) หรือจะดักรอขึ้นรถรางที่หอนาฬิกา Zytalogge ก็ได้ซึ่งเฮลเวเทียพลัทซ์ เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์หลายแห่งของกรุงเบิร์น อยู่ได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ เช่น

– พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ (Bernisches Historisches Museum) จัดแสดงประวัติความเป็นมาของกรุงเบิร์น วัตถุโบราณ ของสะสม และมีพิพิธภัณฑ์ไอน์สไตน์ (Einstein Museum) อยู่ในพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ด้วย (เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ 10.00-17.00 น. ปิดวันจันทร์ : ค่าเข้าชม 13 ฟรังก์)

-พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (Naturhistorisches Museum) จัดแสดงซากสัตว์ ฟอสซิล แร่ธาตุที่ค้นพบ รวมถึงประวัติของสัตว์สายพันธุ์ต่างๆ (เปิดวันจันทร์ 14.00-17.00 น. วันอังคาร-ศุกร์ 9.00-17.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 10.00-17.00 น. ค่าเข้าชม 8 ฟรังก์)

-พิพิธภัณฑ์การสื่อสาร (Museum fur Kommunication) จัดแสดงวิวัฒนาการ ของการสื่อสาร ทั้งระบบโทรศัพท์ โทรเลขไปรษณีย์ วิทยุโทรทัศน์ และคอมพิวเตอร์ (เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ 10.00-17.00 น. ปิดวันจันทร์ : ค่าเข้าชม 12 ฟรังก์)

แม้พิพิธภัณฑ์เหล่านี้จะเก็บค่าเข้าชม แต่ผู้ถือบัตร Swiss Pass สามารถติดต่อ เคาน์เตอร์จําหน่ายตั๋วของแต่ละแห่ง แสดงบัตรให้เจ้าหน้าที่ดู เพื่อขอใช้สิทธิ์เข้าชมฟรี

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet