สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงปารีส ย่านเมโทรสาย4

-สาย 4 ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ-

ฟังชื่อสายที่เราขนานนามแล้วคุณคงอดสงสัยไม่ได้ว่าอะไรจะปานนั้น ก็เพราะต้นทางของเมโทรสาย 4 นั้นอยู่ทางเหนือสุดของเขตปารีส ผ่านสถานี Gare du lord สถานีใหญ่ที่เป็นชุมทางนําคุณไปยังเมืองต่างๆ ในฝรั่งเศสและประเทศอื่นๆทั่วยุโรป แล้วก็ผ่านกลางใจเมืองโดยผ่านสถานี Les Halles สถานีใหญ่อีกแห่ง ซึ่งเป็นจุดตัดของแนวเหนือให้กับแนวตะวันออก-ตะวันตก ของทางรถไฟใต้ดิน สถานีนี้ขาโจ๋วัยรุ่นชอบไปเดินเล่นกันมาก (แทบทุกวัน)

จากนั้นผ่านไปสู่ Chatelet สถานีที่จะต้องลงเพื่อไปยัง Center Cultural George Pompidou ผ่านเข้าใจกลางแม่น้ำ Seine ที่สถานี Cite ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์ Cathedrale Notre-Dame ที่จะนําเราสู่หน้า ประวัติศาสตร์อันมืดมนในยุคกลาง แล้วต่อไปที่ Saint-Michel ที่ตั้งของ Quartier Latin และเป็นถนนซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย Sorbonne จากนั้นแล่นลงทางใต้ไปยัง Montparnasse ตึกสูงนําสมัย ที่ตั้งอยู่กลางกรุงปารีสตอนใต้ และยังเป็นชุมทางสถานีที่จะเดินทางต่อไปอังกฤษได้อีกด้วย จนไปสุดทางที่ย่านพักอาศัยตรงสถานี Porte d Orleans แนวต่อเข้าเมืองของผู้ที่อาศัยอยู่แถบนอกกรุงปารีส

  • โบสถ์Cathédrale Notre-Dame

โบสถ์เปิดวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.00-18.45 น. วันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 08.00-19.45 น – หอคอยเปิดทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. ค่าเข้าชม 5.49 ยูโร (สามารถใช้ Museum Cord เข้าชมได้)
– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 4 ลงที่สถานี Cité ซึ่งเป็นชั้นใต้ดินลึกของเกาะกลางแม่น้ํา Seine มีทางออกให้เลือกสองทางคือเดินขึ้นบันไดวนหรือขึ้นลิฟต์โดยสาร พอจากสถานีแล้วจะเห็นโบสถ์ Sainte Chapele อยู่ข้างหน้า ให้กลับหลังหันเดินไปข้างหลังตึกประมาณ 100 เมตร จะเห็นโบสถ์ Cathedrale Notre-Dame ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า

เคยได้ยินชื่อเสียงของโบสถ์ Cathedrale Notre-Dame มาหลายครั้งหลายครา แต่ไม่เคยคิดว่าโบสถ์แห่งนี้จะตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำ Seine ซึ่งนับว่าเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่พอสมควรเพราะบนเกาะนี้ยังมีโบสถ์ Sainte Chapelle ตั้งอยู่ด้วย

เวลามองระยะไกลภาพของ Cathedrale Notre-Dame จะดูเหมือนโบสถ์ใหญ่ทั่วไป แต่เมื่อเราเดินเข้าไปดูใกล้ๆ จะเห็นรายละเอียดส่วนต่างๆของโบสถ์เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ที่โค้งประตู ซึ่งมีภาพนูนต่ำของนักบวชยืนเรียงรายด้วยใบหน้าหลากหลายและ แสดงกริยาท่าทางแตกต่างกัน ภาพปั้นเหล่านี้ชวนให้เรารู้สึกถึงความขลังและน่ากลัวขึ้นมาทันใด ซึ่งตามประวัติศาสตร์นั้นโบสถ์แห่งนี้ก็เป็นกลางมีอํานาจเหนือราชวงศ์ สัญลักษณ์ของยุคกลางอันมืดมนของฝรั่งเศสที่ศาสนจักรเป็นศูนย์กลางมีอำนาจเหนือราชวงศ์

สิ่งน่าสนใจ

  • ชมโบสถ์สไตล์กอทิก

โบสถ์นี้สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1163 แต่กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ก็ล่วงเข้าปี ค.ศ. 1330 ในแง่สถาปัตยกรรม Cathedrale Notre-Dame เป็นโบสถ์สไตล์กอทิกที่สมบูรณ์แบบแห่งหนึ่ง สังเกตได้จากลักษณะภายนอกอย่างที่กรอบประตูทรงโค้งสามบานตรงทางเข้า แต่ละบานจะมีการบอกเล่าเรื่องราวที่แตกต่างกัน ประตูตรงกลางเป็นเรื่องของ The Last Judgment ส่วนประตูทางซ้ายอุทิศ ให้กับพระแม่มารี The Virgin และทางด้านขวาเป็นเรื่องของ Saint Anne

เมื่อก่อนเรามักจะรับรู้เรื่องราวของโบสถ์ผ่านเรื่อง The Hunch back of Notre Dame ผลงานการประพันธ์ของ Victor Hugo ซึ่งเป็นเรื่องราวของหนุ่มอัปลักษณ์หลังค่อมผู้ทําหน้าที่ตีระฆังโบสถ์กับสาวยิปซี แล้วมีห้องหับต่างๆของโบสถ์เป็นฉากซึ่งพอจะเดาได้ถึงความอลังการและความลี้ลับของที่นี่ กระทั่งได้เข้ามาใกล้ๆถึงคะเนได้ว่าการห้อยโหนตัวของชายหลังค่อมจากระเบียงโบสถ์นั้นน่าหวาดเสียวยิ่งกว่าที่เคยคิด เพราะโบสถ์มีความยาวถึง 130 เมตร และสูง 90 เมตร เวลาเรามองคนที่อยู่บนระเบียงชั้นแรกของโบสถ์จะรู้สึกว่าตัวเล็ก เหมือน “มด” จริงๆ

เมื่อเดินออกจากโบสถ์ไปทางสวนด้านหลังที่อยู่ติดแม่น้ำ Seine ตลอดทางจะมีร้านขายของที่ระลึกปะปนกับร้านกาแฟมากมาย ภายในเขตสวนของโบสถ์ Cathedrale Notre-Dame ปลูกดอกไม้ ประดับไว้โดยรอบ วิวจากตรงนี้จะเห็นยอดโบสถ์ที่มีส่วนแหลมสูงต่ำได้อย่างชัดเจน แต่ถ้าหันหลังให้โบสถ์แล้วมองออกไปด้านนอกจะเห็นวิว แม่น้ำที่มีเรือใหญ่กระจกของนักท่องเที่ยวแล่นผ่านไปเป็นระยะๆ

สิ่งน่าสนใจ ในบริเวณใกล้เคียง

-ตลาดนัดบริเวณสะพาน Pont Notre Dame

ในวันเสาร์อาทิตย์บริเวณนี้จะมีร้านขายดอกไม้ ต้นไม้ ของตกแต่งบ้าน และ งานหัตถกรรมวางขายอยู่ ถ้าเป็นช่วงอากาศดีอย่างตอนเข้าฤดูใบไม้ผลิ หรือฤดูร้อนก็มักจะมีตลาดนัดสัตว์เลี้ยงด้วย แต่คนกรุงเทพฯ อย่างเราๆมักชินกับตลาดนัดสัตว์เลี้ยงของสวนจตุจักรที่มีสารพัดอย่าง พอมาเจอแถวนี้ก็เลยตื่นเต้นเพียงเล็กน้อยเพราะสรรพสัตว์ที่ขายกันส่วนใหญ่เป็นจําพวกนก บางทีก็มีสุนัขบ้าง แต่ที่น่าดูคือสัตว์ปีกประเภทไก่ เพราะไก่ฝรั่งเศสเนี่ยทั้งอ้วนใหญ่ขนหนาแบบในหนังการ์ตูนเบียบ นอกจากนี้ อุปกรณ์การเลี้ยงสัตว์ต่างๆก็มีขายด้วยซึ่งถ้าเทียบราคาเป็นเงินบาทก็ รู้สึกว่าจะแพงเอาการทีเดียว

  • โบสถ์ Sainte-Chapelle

– เดือนเมษายน-กันยายน เปิดเวลา 09.30-18.30 น.
– เดือนตุลาคม-มีนาคม เปิดเวลา 10.00-16.30 น.
– ปิดตามวันหยุดราชการและเทศกาลสําคัญ
– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 4 ลงที่สถานี Cité จากนั้นขึ้นลิฟต์โดยสารที่อยู่ทางหัวสถานี สู่เบื้องบน จะช่วยประหยัดพลังงานได้มาก เนื่องจากสถานีนี้อยู่ลึกมาก

โบสถ์ Sainte-Chapelle ตั้งอยู่ใน Palais de Justice (Palace de stice) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของระบบดูแลกฎหมายของฝรั่งเศส ถ้า จะเข้าชมต้องเดินไปทาง Palais de Justice แล้วจะเห็นช่องที่จะเดิน เข้าไปชมโบสถ์ได้

สิ่งน่าสนใจ

โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1246-1248 โดยสถาปนิกชื่อ Pierre de Montreuil ในสไตล์กอทิกที่สวยงามและวิจิตรตระการตา ตัวอาคารโบสถ์มีสองชั้น ชั้นล่างเป็นพื้นที่สําหรับข้าราชบริพาร ส่วนชั้นบนที่มีโกงสงถึง 20 เมตร เป็นส่วนของราชวงศ์ ตกแต่งด้วยกระจกสี เป็นแนวสูงปกคลุมโถงทั่วบริเวณ กระจกสีบางส่วนใช้มาตั้งแต่ครั้งสร้างเสร็จ นับเป็นกระจกสีที่เก่าแก่ที่สุดในปารีส ภาพที่ปรากฏบนกระจกเป็นการเล่าเรื่องในคัมภีร์ไบเบิล แน่นอนว่าโบสถ์แห่งนี้ใช้เป็นสถานที่จัดพิธีของราชวงศ์ในหลายยุคหลายสมัย ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังคงใช้ประกอบพิธีทางศาสนาอยู่บ้าง แต่เปิดให้ชมในรูปของพิพิธภัณฑ์มากกว่าที่จะให้ประชาชนเข้ามาสวดมนต์และทําพิธีแบบโบสถ์อื่นๆ

  • น้ำพุ Châtelet (Place du Châtelet)

– การเดินทาง นังเมโทรสาย 4 ลงที่สถานี Chatelet หรืออาจนั่งเมโทรสาย สาย 11 หรือสาย 14 ลงที่สถานี Chatelet

เราเดินออกจากเกาะกลางแม่น้ำ Seine ที่สะพาน Pont du Change สะพานใหญ่ที่ทอดไปยังน้ำพุ Chatelet

สิ่งน่าสนใจ

น้ำพุ Chatelet ไม่ได้มีลักษณะเหมือนน้ำพุเท่าไหร่นัก น้ำที่ไหลออกมานั้นไหลออกมาจากปากของสฟิงค์สี่ตัวที่อยู่ในแต่ละทิศ แต่ที่เรายังเรียก Chatelet ว่า “น้ำพุ” เพราะเมื่อก่อนบริเวณนี้เป็นน้ำพุกลาง เมืองที่ผู้คนมารองน้ำไปใช้ (ถ้าสังเกตให้ดีตามแหล่งชุมชนหรือจัตุรัสที่ มักใช้เป็นลานอเนกประสงค์มักจะมีซุ้มน้ำไหลมาให้ดื่มฟรีด้วยซึ่งจะเปิดเฉพาะช่วงเท่านั้น) หลังจากผ่านยุคผ่านสมัยมาเหล่าสฟิงค์ก็ถูกยกมาประดับไว้เมื่อปี ค.ศ. 1858 แต่แกนเสากลางยังคงเดิมโดยยอดเสานั้นจะประดับด้วย Statue of Victory ซึ่งเป็นรูปปั้นสีทองของผู้หญิงถือมงกุฎ ช่อมะกอกไว้ทั้งสองมือ

สนับสนุนโดย Ufabet