Bon Voyage! ว่าด้วยการเดินทางทั้งหมดในปารีส

การไปถึงปารีสนั้นมีหลายทาง ถ้ามาจากประเทศใกล้เคียง แถวนั้นจะไปทางรถ ทางเรือผ่านช่องแคบอังกฤษ หรือทางรถไฟก็ย่อมได้ เส้นทางรถไฟนั้นสุดง่ายสุดสะดวก สถานีรถไฟมักจะอยู่ ในเมืองจึงต่อรถใต้ดินหรือรถเมล์ได้ไม่ยาก เพียงดูแผนที่หาจุดหมายปลายทางที่ต้องการไปแล้วเลือกต่อรถให้ถูกเส้นทางเป็นใช้ได้ สุดท้ายที่มักเป็นทางผ่านของคนส่วนใหญ่จากแดนไกลคือมา ทางเครื่องบิน

ปารีสมีสนามบินหลักๆอยู่ 2 แห่งคือ ชาร์ลส์ เดอ โกล (Charles de Gaul (CDG) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ และ Orly (ORY) อยู่ทางใต้ เครื่องบินจากประเทศไทยส่วนใหญ่ไปลงที่ CDG เท่านั้น ชาร์ลส์ เดอ โกล เป็นสนามบินใหญ่และค่อนข้างสับสนวุ่นวาย เตรียมตัวตั้งสติเดินตามป้ายให้ดี ควรวางแผนไว้ก่อนไปถึงว่าจะเข้าเมืองอย่างไรถ้าหากไม่มีญาติพี่น้องเพื่อนฝูงมารับ เมื่อรับ กระเป๋าแล้วจะได้รู้ว่าจะมองหาป้ายไหนเข้าเมือง

การเดินทางเข้าสู่ปารีส

1. แท็กซี่

วิธีที่สะดวกที่สุดคือใช้แท็กซี่ อันนี้ง่ายที่สุดแต่แพงที่สุดเช่นกัน เพียงแต่มองหาว่าที่ไหนมีป้ายรอแท็กซี่ให้ไปยืนเข้าคิวตรงนั้น ค่าแท็กซี่เข้าเมืองต่างกันไปตามเวลาและสถานที่ที่จะไป หากไปถึง เวลาที่รถติดสุดๆมิเตอร์ค่ารถจะวิ่งไปข้างหน้าโดยที่รถจอดอยู่เฉยๆ เวลาที่รถติดที่ปารีสนั้นทรมานสาหัสเนื่องด้วยหนทางเข้าเมืองไกลเอาการ อาจต้องติดอยู่บนรถเป็นชั่วโมงได้ ลองเข้าเมืองวิธีอื่นดูอาจจะดี ด้วยเหตุนี้จึงจําเป็นที่จะต้องไม่ขนของเป็นบ้าหอบฟางเวลาเดินทาง เพื่อจะได้เกิดความคล่องตัว นอกจากแท็กซี่แล้วยังมีรถ Airport Shuttle วิ่งรับ-ส่งระหว่างสนามบินกับที่ต่างๆในเมือง บริการแบบนี้เป็นแบบกึ่งส่วนตัวและส่วนรวม คือบริษัทรถอาจจัดให้เรานั่งรวมไปกับคนอื่นที่ร่วมเส้นทางเดียวกันได้ ปารีสมีแท็กซี่ป้ายดําเหมือนเมืองไทย คนให้บริการมักจะ เป็นคนเวียดนามหรือคนลาว การใช้แท็กซี่ป้ายดํานั้นย่อมมีความเสี่ยงเหมือนกับการใช้ของผิดกฎหมายทุกประเภท เสี่ยงที่สุดคืออาจถูกลวงไปปล้นได้ รายการนี้ไม่อยากแนะนําแม้ว่าราคาค่ารถนั้นถูกกว่ารถมีมิเตอร์อยู่มาก

2. รถบัส

Roissybus เป็นการเข้าเมืองที่สะดวกและประหยัด รถออกจากสนามบินที่อาคาร 1, 2 และ 3 ตรงไปที่โอเปร่า การ์นิเยร์ กลางเมืองให้ต่อรถไปที่อื่นได้ง่ายมาก เมื่อไปถึงสนามบินแล้วควรหาแผ่นพับ Paris Tourisme ฉบับล่าสุดก่อนอย่างอื่น เพราะจะมีเส้นทางเดินรถ ตารางเวลา ราคาค่ารถตามระยะทาง และข้อมูลอื่นๆ แผ่นพับนี้มีวางไว้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ตามจุดต่างๆทั่วไปในสนามบินและอาจหาข้อมูลล่วงหน้าหรือพิมพ์แผนที่ก่อนเดินทางได้ที่ www.ratp.fr

ตั๋วขึ้นรถ Roissybus นี้หาซื้อได้ที่เครื่องขายตั๋วอัตโนมัติที่ป้ายรถเมล์หรือที่ตู้ RATP ในอาคาร 1 และ 2 หรือที่ขายตัว Metro และ RER ทุกแห่ง ในทางกลับกันเมื่อจะกลับมาขึ้นเครื่องที่สนามบินก็สามารถใช้รถบัสแบบเดียวกันนี้ได้ง่ายๆ เส้นทางนี้ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45-60 นาที ข้อดีของ การใช้รถบัสคือขึ้นแล้วไม่ต้องกังวลว่าถึงที่ลงหรือยังเพราะรถจอดที่เดียว ข้อเสียคือถ้ารถติดก็ติดด้วย แต่ค่ารถไม่ขึ้นเหมือนแท็กซี่ ค่ารถจากสนามบินเข้าเมืองหรือออกจากเมืองไปสนามบินตก ประมาณ 8.5 ยูโรต่อคน ถ้าไปปารีสครั้งแรกขอแนะนําว่าวิธีนี้ออกจะดีกว่าอย่างอื่น

ขาเข้าเมือง รถออกจากสนามบินเที่ยวแรกเวลา 06.00 น. รถเที่ยวสุดท้ายคือเวลา 23.00 น.
ขาออกไปสนามบินเที่ยวแรกเริ่มเมื่อเวลา 05.45 น เที่ยว สุดท้ายคือเวลา 23.00 น.

3. RER 

RER คือรถไฟประเภท 1 ของปารีส หยุดน้อยกว่า Metro จากชาร์ลส์ เดอ โกล เข้าปารีสนั้นมี RER B3 ไว้บริการ จากอาคารผู้โดยสาร 1 และ 2 จอดส่งที่ Gare du Nord, Chatelet Les Halles, Saint Michel-Notre Dame baz Denfert-Rochereau เป็นที่สุดท้าย ค่ารถเข้าและออกจากเมืองคนละ 8.1 ยูโรต่อเที่ยว รถวิ่ง ทุก 10-15 นาที จากสนามบินไปถึง Gare du Nord ใช้เวลา ประมาณ 25 นาที และ 45 นาทีถึงที่ Denfert-Rochereau

ข้อดีของการใช้ RER คือ ประหยัดเวลา เพราะรถไม่ติด แต่ถ้าหากสัมภาระมากอาจไม่สะดวกเท่าใช้ Roissybus เพราะรถบัสมีคนขับอย่างไรก็จะรอให้คนขนกระเป๋าขึ้นรถจนเสร็จ แต่ RER เป็นรถไฟออกจากสถานีตรงตามเวลา ถ้าขนกระเป๋าไม่ทันอาจโดนประตูหนีบได้

รถไฟ ในปารีสมีสถานีรถไฟ 6 แห่ง กระจายเป็นวงกลมอยู่ทั่วเมือง ดังนี้
1. Gare St. Larzare
2. Gare du Nord
3. Gare de l’Est
4. Gare de Lyon
5. Gare d’Austerlitz
6. Gare Montpanasse

ถ้ามาปารีสด้วยรถไฟจากเมืองอื่นในยุโรปนับว่าเป็นการเข้าเมืองที่ง่ายที่สุดและสะดวกที่สุด การเดินทางระหว่างปารีสและบรัสเซลนั้นใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่ต้องเสียเวลาเช็กอินเหมือนขึ้นเครื่องบิน เมืองในยุโรปส่วนใหญ่นั้นจะเชื่อมต่อกันด้วยรถไฟหลายระบบ เช่น Eurostar, Elypsos, Thalys หรือ TGV ในฝรั่งเศส ขึ้นอยู่กับเส้นทางและตารางเวลาที่เราเลือกเดินทาง นอกจากบริษัทรถไฟที่กล่าวมาแล้วยังมี Pass ทั้งหลาย เช่น Eurail Pass, Europass หรือ Country Pass เช่น France Railpass เป็นต้น

Pass เหล่านี้มีรายละเอียดปลีกย่อยกันลงไป แต่สาระสําคัญคือการนําบริการต่างๆมาขายรวมกันในราคาที่ถูกกว่าซื้อปลีกแต่ละรายการ แต่การซื้อ Pass เหล่านี้ต้องดูข้อกําหนดในการใช้ให้ดี เช่น เมื่อซื้อ Eurorail ด้วยเงื่อนไขการเดินทาง 3 คน คนทั้ง 3 ต้องเดินทางผูกติดกันไปตลอด หากหายไป 1 คน หรือสลับเปลี่ยน ตัวผู้ใช้ระหว่างทางจะถูกปรับถ้าถูกจับได้ เป็นต้น

การเดินทางภายในปารีส

การเดินคือวิธีท่องเที่ยวที่ทําให้เกิดอรรถรสซาบซึ้งได้มากที่สุด เพราะเราจะซึมซับข้อมูลที่ได้เห็นในแต่ละวันได้อย่างช้าๆ แต่ปารีสใหญ่เกินกว่าที่จะใช้กําลัง 2 ขาที่มีอยู่ได้ จึงจําเป็นที่ต้องมีทาง เลือกอื่นๆเพื่อย่นระยะทาง

1. เมโทร

เมโทรของปารีสเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 สายแรกวิ่งระหว่าง Porte Maillot-Vincennes ปารีสมีระบบรถไฟใต้ดินที่ใช้ง่ายที่สุดและดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ไม่ว่าจากจุดไหนๆในปารีสจะสามารถมองหาสถานีรถไฟใต้ดินได้โดยใช้เวลาเดินไม่เกิน 10 นาที อาจจะ 15 นาทีถ้าเป็นคนเดินช้า มีชาวปารีเซียงและนักท่องเที่ยวประมาณ 9 ล้านคนใช้บริการเมโทรใน 1 วัน

ตั๋วรถเมโทรมีให้เลือกหลายแบบ

  • ตั๋วใบเดียว เรียกว่า Ticket ใช้ขึ้นได้ครั้งเดียว ราคา ใบละ 1.5 ยูโร
  • ตั๋ว 10 ใบที่เรียกว่า การ์ทเนต์ (Carnet) ราคา 111 ยูโร หน้าตาเหมือนกับตั๋วใบเดียว ใช้ทีละใบ
  • ตั๋ว Paris Visite เป็นตั๋วที่คุ้มมาก มีให้เลือกซื้อหลายอย่าง ทั้งตามจํานวนวันและตามระยะทางที่ต้องการใช้ มีตั้งแต่ 1-5 วัน มีส่วนลดให้เด็กอายุ 4-11 ขวบ ตั๋วนี้ใช้ออกไปนอกเมืองปารีสในเขตที่เรียกว่า lle de France ได้ ข้อดีของถั่วชนิดนี้คือซื้อหนเดียวแล้วใช้ไปจนจบทริป จะขึ้น-จะลงสักกี่ครั้งก็ไม่มีใครว่าใช้ได้กับทั้งรถเมโทร รถเมล์ RER และ SNCF ตั๋วนี้มีขายที่สถานีเมโทร RER และ SNCF เมื่อซื้อตั๋วแล้วต้องเขียนชื่อลงบนตั๋วก่อนใช้ สําหรับโซน 1-3 ราคาวันละ 8.5 ยูโร หรือ 13.95 ยูโร ต่อ 2 วัน สําหรับโซน 1-6 ราคาวันละ 17.05 ยูโรหรือ 27.15 ยูโร ต่อ 2 วัน เป็นต้น คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

Carte Orange สําหรับโซน 1 และ 2 ราคาใบละ 52 ยูโร ต่อเดือน ต้องใช้รูปขนาดทําพาสปอร์ต

วิธีที่ดีที่สุดคือวางแผนว่าจะอยู่ในปารีสกี่วัน และจะไปไหนบ้าง แล้วก็ซื้อตั๋วรถตามนั้นเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดของยูโรที่นําไป

รถไฟใต้ดินในปารีสนั้นวิ่งรับ-ส่งอยู่ทุกๆ 90 วินาที่เป็นส่วนใหญ่ ตามสถานีรถไฟถ้าไม่มีคนอยู่ขายตั๋ว ตามตู้ก็จะมีเครื่องหยอดเหรียญตั้งไว้ เมโทรให้บริการระหว่างเวลา 05.15 – 01.15 น. 

2. รถเมล์

ความสะดวกของรถเมล์นั้นจะเป็นรองแต่เพียงรถเมโทรเท่านั้น ข้อด้อยคือ รถติด ไปไหนมาไหนไม่เร็วถึงใจเหมือนใช้เมโทร แต่ข้อเด่นของรถเมล์คือได้เห็นวิวทิวทัศน์ไปพร้อมๆกัน รถเมล์สายที่ควรนั่งเล่นหากมีเวลาคือ สาย 42 วิ่งจาก Gare du Nord dinu Opera, Champs-Élysées, Tour Eiffle, Champ de Mars ตัว Paris Visite ใช้ขึ้นได้ทั้งรถเมล์และเมโทร สะดวกและประหยัด

3. รถยนต์

การขับรถในปารีสนั้นออกจะยุ่งเหยิงกระเจิงฟางไม่ยิ่งหย่อนกว่าการขับรถในกรุงเทพฯ ไหนจะต้องกางแผนที่ดูทาง ไหนจะต้องถ่างตาดูป้ายชื่อถนน ที่นอกจากจะเล็กแล้วยังหลบอยู่ตามมุมตึก ราวกับกลัวคนเห็น จะทําให้หมดสนุกได้ง่ายๆ แม้ว่าขับไปถึงที่หมายแล้วการผจญกับปัญหาที่จอดรถจะยิ่งนําความรําคาญมาให้มากกว่าการขับเป็น 2 เท่า ค่าน้ำมันในฝรั่งเศสและประเทศอื่นๆในยุโรปนั้นแพงเป็นอันดับหนึ่งในโลกทีเดียว

4. แท็กซี่

ในปารีสมีแท็กซี่อยู่จํานวนจํากัดประมาณ 15,500 คันต่อ ประชากรถึง 12 ล้านคน นอกจากแพงแล้วยังค่อนข้างจะหายากในชั่วโมงเร่งด่วนอีกด้วย อัตราค่าบริการเริ่มที่ 2.1 ยูโร ถ้านั่งไปไม่ไกลค่าบริการอย่างต่ำคือ 5.6 ยูโร ไม่อย่างนั้นคิดราคา 0.82 ยูโร ต่อกิโลเมตร ตามถนนจะมีป้ายรอแท็กซี่ ถ้าหากมองหน้าคนขับคันแรกแล้วไม่ชอบใจให้เลือกขึ้นคันไหนในแถวก็ได้ ถ้าแถวนั้นไม่มีป้ายเรียกแท็กซี่ภายในระยะ 50 เมตร ใช้วิธีเรียกขึ้นได้ เวลาเรียกแท็กซี่ให้ดูไฟที่ป้ายบนหลังคารถเหมือนที่บ้านเรา ถ้าเงินสดไม่พอแท็กซี่ที่ปารีสรับบัตรเครดิตด้วย

5. ทัวร์บัส By Bus Les Cars Rouge

รถ 2 ชั้นสีแดงเหมือนรถเมล์ในลอนดอน เปิดหลังคารับแดดหน้าร้อน วิ่งไปตามที่สําคัญๆต่างๆในปารีส ใช้เวลาประมาณ 2.15 นาที เที่ยวแรกออกที่เคย์ แบรนลี (Quai Branly) หน้าไอเฟล ราคา 22 ยูโร เด็ก 11 ยูโร ทาวเวอร์ ตั๋วที่ซื้อใช้ขึ้นลงตามที่ต่างๆได้ 2 วัน ซื้อตั๋วได้ที่ Paris L’Open Tour รถ 2 ชั้นเปิดประทุนอีกเหมือนกัน หยุดตามที่ต่างๆมากกว่า 50 แห่ง มี 4 เส้นทางให้เลือก มีทั้งตั๋ว 1 วันและ 2 วัน ค่าขึ้น 25-28 ยูโร เด็ก (4-11 ปี) คนละ 12 ยูโร

6. นั่งเรือ Boat Cruises

1. Bateaux-Mouches เรือ 2 ชั้น ออกทุก 45 นาที ที่ปงต์ เดลามา ระหว่างเวลา 11.00 – 21.00 น. ค่าเรือคนละ 8 ยูโร เด็ก 4 ยูโร

2. Bateaux Parisien เป็นเรือหลังคากระจกโค้ง ออกจากท่า ที่ทรอคาเดโรทุกชั่วโมง ระหว่างเวลา 10.00 – 22.00 น. ราคา สูงกว่าเล็กน้อย คนละ 10 ยูโร เด็ก 5 ยูโร

3. Batobus เป็นเหมือนเรือจ้างจอดรับ-ส่งระหว่าง 8 ท่าน ระหว่าง หอไอเฟลไปจนถึงจาร์แดง เดส์ ปลานเตส เรือออกทุก 30 นาที ตั๋ว 1 วันใบละ 11 ยูโร 2 วัน 13 ยูโร 5 วัน 16 ยูโร

7. ทัวร์พาเดิน Walking tour

1. Classic Walks มีทัวร์หลายอย่างให้เลือก เช่น คลาสสิกวอล์ค มงต์มาร์ตวอล์ค เป็นต้น

2. Peter Caine Walking Tour Perter Caine คนนี้เขียนหนังสือเรื่องปารีสสนุกมาก ความรู้เพียบ เจ้าตัวเป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ เพราะฉะนั้นหากมีใจฝักใฝ่เรื่องในอดีต เดินตามไปฟังเลคเชอร์เรื่องปารีสสดๆ พร้อมภาพประกอบไม่น่าจะผิดหวัง มีทัวร์ให้เลือกหลายรายการเช่นกัน

8. จักรยาน

จักรยาน เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะเร็วกว่าเดินและเห็นมากกว่าขึ้นรถ Flat Tire Bike Tours พาชมปารีสทั้งบนอานจักรยานและอานมอเตอร์ไซค์ มีทัวร์ทั้งกลางวัน-กลางคืนหลายสถานที่ให้เลือก แต่ละทัวร์ยาวประมาณ 4-5 ชั่วโมง ราคาเริ่มที่ 22 ยูโร รวมค่าจักรยานและคนพาเที่ยวด้วย