โวซ์ เลอ วิกงต์ (Vaux le Vicomte) และสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณรอบๆ

โวซ์ เลอ วิกงต์ (Vaux le Vicomte) แห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้แวร์ซายส์ซึ่งเป็นที่สุดของที่สุดของชาโต สถาปัตยกรรมของโวซ์นี้เป็นแบบเฟรนช์ บารอค โวซ์ อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของปารีส ห่างไปประมาณ 60 กิโลเมตร เมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้โวซ์คือเมืองเมเลิง (Melun) ถ้า ขับรถออกไปใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

เจ้าของโวซ์นั้นคือนิโคลัส ฟูเกต์ เจ้าขุนคลังสมัยพระเจ้า หลุยส์ที่ 14 ความที่ฟูเกต์เป็นคนรอบรู้และมีรสนิยมดีจึงมีคนเก่งคบหาสมาคมด้วยมาก มหาอมตะช่างทั้ง 3 คนที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงเรียกไปสร้างแวร์ซายส์นั้นต่างแจ้งเกิดทางอาชีพของตัวเอง ที่โวซ์ เลอ วิกงต์ บ้านหลังนี้เป็นแห่งแรกที่มีห้องรับประทานอาหาร ล้ำหน้าแวร์ซายส์ไปอีกก้าวหนึ่ง ก่อนหน้านั้นต่างคนจะต่างมีบ่าวไพร่ยกมาให้รับประทานกันตามห้องหับเป็นมื้อๆไป ไม่มีการนั่งทานร่วมกันเพราะไม่มีห้องที่ใหญ่พอสําหรับทุกคน วันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 1661 ฟูเกต์ทูลเชิญพระเจ้าหลุยส์ ที่ 14 ไปฉลองบ้าน ขณะนั้นวาร์แตล (Vartel) เป็นพ่อบ้านให้ฟูเกต์ จัดงานอย่างอะร้าอร่าม โดยไม่คิดถึงค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ข้าวปลา อาหารปรุงแต่งถวายงดงาม แก้วไวน์และจานเสวยทําด้วยทองคํา มีการจุดเทียนตามราวบันได จุดพลุปิดงาน หลังจากนั้นไม่นานพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มีพระราชโองการสั่งจับฟูเกต์ด้วยข้อหาฉ้อ ราษฎร์บังหลวง ฟูเกต์ถูกจับเข้าคุกไป 20 ปีจนเสียชีวิต พระเจ้าหลุยส์อยู่ข้างนอกก็ทรงยึดทรัพย์บ้าง ซื้อของในบ้านฟูเกต์ไปเข้าแวร์ซายส์บ้าง

รับรองว่าจะไม่เสียใจถ้ารวมโวซ์ เลอ วิกงต์นี้ไว้ในรายการท่องเที่ยวนอกปารีส ทุกวันเสาร์ที่ 2 และเสาร์สุดท้ายของเดือน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนตุลาคม ทางโวซ์จัดให้มีโชว์ น้ำพุ ตั้งแต่เวลา 15.00 – 18.00 น. เป็นน้ำพุที่ยังใช้เทคนิคเก่าตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โดยทุกวันเสาร์เริ่มตั้งแต่เสาร์แรกของเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเสาร์แรกของเดือนตุลาคม เป็นค่ำคืนแห่งแสงเทียน (Candle Light Evenings) มีการแสดงกลางแจ้งพร้อมกับจุดเทียนทําบรรยากาศให้ กลับไปเหมือนวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 1661 มีดนตรีคลาสสิก บรรเลงตลอดงาน พร้อมกับเปิดแชมเปญบาร์ไว้บริการ เริ่มรายการ ตั้งแต่เวลา 20.00 – 24.00 น.

จากปารีสใช้ถนนสาย N6 ไปทาง Melun ออกที่ Melun Exit จาก Melun ไปโวซ์ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที หรือเป็นระยะ ทางประมาณ 3 กิโลเมตร

ถ้ารวมทริปนี้ไว้กับฟังแตนโบลและบาร์บิซงให้ใช้ถนน N7 แล้วแวะที่บาร์บิซงและฟงแตนโบลก่อน จากฟงแตนโบลเข้าโวซ์ ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที

เช็ครายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : www.vaux-le-vicomte.com

บาร์บิซง (Barbizon) เป็นหมู่บ้านเล็กๆก่อนถึงเมเลิง หมู่บ้านนี้มีชื่อเสียงเพราะเป็นหมู่บ้านศิลปินกลุ่มที่เรียกว่า Barbizon Painters เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่น่ารัก ถนนหลักของหมู่บ้านยาวไม่เกิน 2 กิโลเมตร แต่มีแกลเลอรีขายรูปและของแต่งบ้านร้านเล็กร้านน้อยให้เลือกเดินหลายร้าน ออกจากปารีสใช้ทางเดียวกับไปโวซ์ เลอ วิกงต์ เมื่ออยู่บน N7 ให้มองหาป้ายสีน้ำตาลหมู่บ้าน Barbizon

ฟังแตนโบล (Fontainebleau) นอกจากแวร์ซายส์แล้วฟงแตนโบลน่าจะเป็นตัวเลือกสําหรับชาโตหลวงที่ดีที่สุด ถ้าหากมีเวลาไปชมชาโตได้เพียงแห่งเดียว ตําหนักนี้สร้างอยู่ในแนวป่าฟังแตนโบล ใช้เป็นพระตําหนักล่าสัตว์มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 หรือในยุคกลางนั่นทีเดียว มาได้รับการปรับปรุงในสมัยของพระเจ้าฟรังซัวส์ที่ 1 ในปี ค.ศ. 1528 เพื่อแข่งกับยุคเรเนสซองส์ของอิตาลี จากนั้นมีการตกแต่งและสร้างเพิ่มเติมขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นพระตําหนักที่มีชื่อปรากฏอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสไม่น้อยหน้าแวร์ซายส์แม้จะไม่โด่งดังเท่า พระราชานีแคเธอรีน เดอ เมดิซี ทรงเคยแอบเจาะรูที่พื้นห้องบรรทมในพระตําหนักแห่งนี้เพื่อแอบดูพระเจ้าเฮนรี่ที่ 2 พลอดรักกับคุณหญิงดิอาน พระสนมคนโปรด ดีแต่ว่าน้ำตาไม่ไหลลงไปให้พระเจ้าเฮนรี่จับได้ เสียดายที่ลืมชื่อตัวละครของเรื่องเล่าเรื่องนี้ พระมเหสีองค์หนึ่งทรงทูลขอพระราชานุญาตติดม่านเพิ่มเพื่อกันความหนาว พระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นพระสวามีกลับทรงบอกให้เขยิบเข้าไปนั่งใกล้ๆเตาผิง เพราะถ้าติดม่านเพิ่มอาจทําให้ห้องเสียความเป็นออริจินัลไปได้ ปล่อยเมียหนาวตายดีกว่า 2 เรื่องนี้เล่าให้ฟังเพื่อจะได้เห็นภาพชีวิตครอบครัวของพระราชวงศ์เมื่อเสด็จย้ายมาประทับที่นี่ ตําหนักนี้เป็นที่ประสูติของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 รอบๆพระตําหนักเป็นแนวป่าทั้งหมดประมาณ 400 เอเคอร์ มีสวนสวย น้ำพุสวย มีรถม้าไว้บริการพาไปรอบๆจนถึงแนวป่า ประมาณว่าถ้าเดินเองกว่าจะถึงคงเหนื่อย ค่านั่งรถม้า ประมาณคนละ 6 ยูโรเท่านั้น ฟงแตนโบลนี้ติดอยู่ในสถานที่อนุรักษ์เป็นมรดกโลกของยูเนสโกค่า

เข้าชมพระตําหนักคนละ 6 ยูโร ฟรีทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน และสําหรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ชมสวนข้างนอกฟรี เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 – 19.45 น. หน้าร้อน ขึ้นรถไฟที่สถานีลีญง (Gare de Lyon) ต่อรถเมล์เข้าไป ที่พระตําหนักได้เลย

เช็ครายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : www.musee-chateau-fontainebleau.fr

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet