วิหารนอเตรอะ ดาม (Cathédrale Notre Dame de Paris) มหาวิหารคู่บ้านคู่เมืองของปารีส

วิหารนอเตรอะ ดาม (Cathédrale Notre Dame de Paris)

การเดินทาง : เมโทรสาย 4 สถานี Cite, เมโทรสาย 7 สถานี Chatelet หรือ Pont Marie RER สาย B, C สถานี St. Michel Notre Dame

วิหารนอเตรอะ ดามนี้เปรียบเสมือนวัดพระแก้วของไทย เป็นวิหารคู่บ้านคู่เมืองของปารีสและฝรั่งเศสอยู่บนเกาะซีเตจุดกําเนิดประวัติศาสตร์ของปารีสและฝรั่งเศส สร้างขึ้นบนจุดที่ชาวโรมัน สร้างวัดเพื่อบูชาเทพจูปิเตอร์แต่ดั้งเดิม วิหารนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิก (Gothic) ใช้แผนผัง อย่างง่ายๆเรียกว่า Golden Section อิฐก้อนแรกๆที่นํามาสร้างวิหารนี้นํามาจากซากหินของพวกโรมันบนฝั่งซ้ายของแม่น้ำ เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 528 โดยพระเจ้าชิลด์แบร์ต (Childebert) แห่งราชวงศ์แมโรวิเฉียง (Merovigian) แต่โบสถ์เดิมพังลงเมื่อปี ค.ศ. 1159 รัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 มอริส เดอ ซูลลี (Maurice de Suly) ดําริจะสร้างโบสถ์ประจําเมืองให้ยิ่งใหญ่ โดยรวมวัดสองวัดคือนอเตรอะ ดาม กับแซงต์ เอแตงน์ (St. Eteinne) เข้าไว้ด้วยกัน กว่าจะลุล่วงใช้เวลาไปถึง 200 ปี

จากนั้นมามหาวิหารนี้ได้รับการสร้างต่อเติมและทะนุบํารุงมาเป็นระยะๆ ตลอดเวลาในประวัติศาสตร์ แต่มีบางช่วงที่ถูกละเลยจนทรุดโทรม จนกระทั่งวิคเตอร์ ฮูโกนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศสเขียนเรื่อง The Hunchback of Notre Dame ในปี ค.ศ. 1831 จึง ทําให้คนหันมาสนใจวิหารหลังนี้ขึ้นมาอีก และเป็นเหตุให้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1844 ในรัชกาลของหลุยส์ ฟิลิปป์ (Luois Phillippe)

ก่อนเข้าโบสถ์จะเห็นลานข้างหน้าเรียกว่าปลาซ ดู ปาร์วิส นอเตอระ ดาม (Place du Parvis-Notre Dame) มีแผ่นทองเหลือง ฝังอยู่เป็นหลักกิโลเมตรศูนย์ของฝรั่งเศส เป็นจุดวัดระยะไปยังที่ ต่างๆ ทั่วประเทศ อย่าลืมแหงนหน้าขึ้นดูรูปปั้นที่รายล้อมอยู่บนตัววิหารนั้น เป็นเหล่านักบุญที่สําคัญๆในคริสต์ศาสนา องค์ที่เด่นเห็นจะเป็น แซงต์ เดนิสที่ยืนถือหัวตัวเองอยู่ การเดินเข้าโบสถ์หรือวิหารอย่างคริสต์นั้นมีธรรมเนียมว่าต้องเดินเข้าทางซ้ายและเดินออกทางขวา เพราะคําว่าซ้ายในภาษาลาตินคือ Sinister แปลได้อีกอย่างว่าบาป เมื่อเข้าไปชําระบาปในโบสถ์แล้วได้ความบริสุทธิ์คืนมาจึงวนออกประตูทางขวา สิ่งสําคัญที่ต้องดูเมื่อเข้าไปในโบสถ์คือ Rose Windows กระจกหลากสีที่เรียกว่าสเตนกลาส (Stained Glass) ชิ้นที่สวยงาม เลื่องลือคือแผ่นที่อยู่ด้านเหนือของโบสถ์ ทําลวดลายเป็นเรื่องราวจากพระคัมภีร์เก่า มีพระราชาและผู้วิเศษทั้งหลายอยู่ครบครัน เมื่อแดดส่องลอดกระจกเข้ามา แสงที่กรองผ่านกระจกหลากสีนั้นสวยเกินจริง กระจกสีบานเล็กๆ เหล่านี้เป็นอุบายเล่าเรื่องด้วยภาพที่พระและผู้มีความรู้ในสมัยโบราณเมื่อ 600-700 ปีที่ผ่านมาพยายามหาทางสื่อสารกับประชาชนทั่วไปที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ประโยชน์ สองนัยคือใช้เป็นเครื่องตกแต่งโบสถ์และนําแสงสว่างเข้ามาภายใน ด้วยความรู้ทางการช่างที่จํากัดไม่สามารถทําหน้าต่างกว้างๆหรือกระจกแผ่นใหญ่ๆได้ จึงทําช่องแสงให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทําได้ แล้วแบ่งกระจกออกเป็นแผ่นเล็กๆเกาะอยู่กับโครงสร้าง แทนที่จะทำเป็นกระจกขาวๆนิ่งๆ

ในศตวรรษที่ 13 พระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ทรงเทพระราชทรัพย์ในพระคลังซื้อมงกุฎหนาม ตะปูและชิ้นไม้ที่เชื่อว่าแบ่งมาจากไม้กางเขนอันจริงที่ใช้ตรึงพระเยซูจนถึงพระชนมชีพมาเป็นสิริมงคลแก่ประเทศชาติและทรงโปรดเกล้าให้สร้างวิหารแซงต์ ชาแปล (Sainte Chapelle) ขึ้นเป็นที่สักการบูชา ต่อมาจึงได้อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดมาประดิษฐานไว้ที่มหาวิหารนอเตรอะ ดามแห่งนี้ มงกุฎหนาม ตะปูและชิ้นไม้กางเขนนําออกให้คนถวายสักการะ เฉพาะวันกู้ด ฟรายเดย์ (Good Friday)

หากอยากขึ้นไปแกะรอย The Hunchback of Notre Dame หรือทักทายกับการ์กอยล์ (Gargoyle) ที่อยู่บนหลังคา มองลงมาจะ เห็นวิวแม่น้ำแซน และเกาะซีเตที่เก่าแก่ ต้องใช้ประตูที่อยู่ด้านนอก เมื่อหันหน้าเข้าวิหารประตูนี้จะอยู่ทางขวา

มหาวิหารเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันตั้งแต่เวลา 07.45 -18.45 น.

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet