ชวนเที่ยวลูฟวร์และปงต์ เด ซาร์ต พิพิธภัณฑ์และสถาปัตยกรรมสุดอลังที่คนรักศิลปะห้ามพลาด

เขต 1

ลูฟวร์ (Louvre) เมโทร สาย 1 และ 7 สถานี Musée du Louvre รถเมล์ สาย 21, 24, 27, 39, 48, 68, 69, 72, 81, 95

ชื่อนี้อยู่คู่ปารีสมาชั่วฟ้าดินสลาย ถ้าจะนับกันเห็นจะต้องบอกว่าลูฟวร์กําเนิดขึ้นมาในสมัยเดียวกับลายสือไทยของเรา เดิมพระเจ้าฟิลิปป์ ออกุสตุสสร้างลูฟวร์ให้เป็นป้อมปราการ อยู่กันไปอยู่กันมามีการย้ายวังออกจากเกาะซีเตมาอยู่ที่ลูฟวร์ จึงมีการต่อเติมเพิ่มขยายกันเรื่อยมาหลังจากนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่พระราชวังนี้เป็นวังที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถ้าพิจารณาพื้นที่ในหมู่ตึกทั้งหลายในปารีสด้วยกันแล้ว ความใหญ่ของลูฟวร์กินขาดใครๆเขาทั้งสิ้น

ชีวิตของลูฟวร์ก็เหมือนชีวิตของคนคือมีขึ้นมีลง หลังจากที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงให้หลุยส์ เลอ โว (Louis le Vau) สถาปนิกใหญ่กับชาร์ลส์ เลอ เบริง (Charles le Brun) บันดาลให้ลูฟวร์สวย อะร้าอร่ามถึงขีดสุดแล้ว กลับทรงย้ายพระราชสํานักไปอยู่ที่แวร์ซายส์ ทอดทิ้งให้พระราชวังลูฟวร์เดียวดายความเสื่อมเริ่มเข้าครอบงํา สถานที่สําคัญแห่งนี้และเสื่อมลงมากขึ้นๆในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 และ 16 เป็นลําดับ คนจรหมอนหมิ่นเข้ามายึดลูฟวร์เป็นเรือนนอน ปะปนกับโสเภณีและขี้เมาทั้งหลาย พระราชวังที่เคยแสนงดงามกลับกลายเป็นประหนึ่งสลัมเสียแล้ว

หลังการปฏิวัติฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1789 แล้วได้มีการชุบชีวิตลูฟวร์ขึ้นมาให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เปิดใช้ในปี ค.ศ. 1793 ปีเดียวกับที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารี อังตัวเนตเสด็จสู่กิโยติน

โมนา ลิซา (Mona Lisa) นั้นดังจนแทบไม่ต้องแนะนํา แต่ขอเล่าซ้ำอีกนิดว่า โมนา ลิซา คือผลงานของลีโอนาโด ดาวินชี วาดระหว่างปี ค.ศ. 1503-1505 มาอยู่ในฝรั่งเศสพร้อมคนวาดตั้งแต่สมัยพระเจ้าฟรังซัวส์ ที่ 1 แม้จะมีเชื้อชาติอิตาเลียนแต่โมนา ลิซาเป็นหนึ่งในศิลปะล้ำค่าของฝรั่งเศสอย่างไม่ต้องสงสัย

วีนัส เดอ มิโล (Venus de Milo) เป็นรูปปั้นสมัยกรีก พบที่เกาะเมโล หรือออกเสียงว่ามีโล ในภาษาฝรั่งเศส รูปปั้นนี้เป็นผู้หญิง ไม่มีแขน แน่นอนว่าต้องเป็นผู้หญิง เพราะวีนัสเป็นเทพสตรีแห่งความรัก เป็นรูปสลักที่ได้สัดส่วนสวยงามมีคุณค่าในเชิงศิลปะ บางคนเชื่อว่าถ้าหากรูปนี้มีแขนสมบูรณ์ วีนัสน่าจะถือผลแอปเปิ้ลไว้ในมือข้างหนึ่ง สืบเนื่องมาจากความเกี่ยวพันของสตรีกับแอปเปิ้ลในพระคัมภีร์

อันว่าพีระมิดแก้วนี้ถูกโจมตีอย่างไม่มีชิ้นดีจนแก้วแทบจะแตกเมื่อตอนแรกสร้างในปี ค.ศ. 1989 เหมือนกับหอไอเฟลอย่างไรอย่างนั้น สถาปนิกผู้ออกแบบคือไอ เอ็ม แป (1. M. Pei) ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ว่ากันว่าแปใช้พีระมิดที่กิซาเป็นต้นแบบของสัดส่วนในการออกแบบ พีระมิดอันใหญ่ที่ครอบทางเข้า-ออกไว้สูง 22 เมตร สร้างด้วยกระจกและสแตนเลสสตีล

ถ้าหากไปลูฟวร์ ทางถนนใหญ่คือปลาซ ดู ครูเซล (Place du Currousel) จะได้เข้าทางพีระมิดแก้วนี้ แต่ถ้าหากเลือกใช้เมโทร ลูฟวร์มีสถานีส่วนตัวไว้บริการ เมื่อลงจากรถไฟแล้วจะไม่นึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของอาคารโบราณนับ 100 ปี ทางเดินใต้ดินนี้สวยงาม ทันสมัย มีร้านค้า ร้านอาหารนอกเหนือไปจากหน่วยบริการอื่นๆของพิพิธภัณฑ์ ทางใต้ดินที่ว่านี้เป็นทางเชื่อมอาคาร 3 หลังเข้าด้วยกันคือ เดอ วีลในปัจจุบัน เมื่อมีความต้องการสร้างศาลากลางเมืองหรือ โอแตล เดอ วีลในศตวรรษที่ 12 ทางการปารีสจึงหาที่อยู่ให้พวกพ่อค้าแม่ขายให้มีแหล่งทํากินที่แน่นอน

ปัจจุบันเลส์ อาลส์ไม่ได้เป็นตลาดแหล่งค้าขายอีกต่อไปแล้ว ความแออัดจอแจของยานพาหนะที่ขนของเข้า-ออกใจกลางกรุงปารีสไม่เอื้ออํานวยให้ทําได้อีกต่อไป ตลาดขายส่งนี้จึงออกไปอยู่ที่ ขตที่เรียกว่า เริงจีส (Rungis) ที่ตรงนี้จึงแปลงสภาพเป็นสถานีรถไฟและรถไฟใต้ดินที่สําคัญสาย 1 นอกจากนั้นยังมีศูนย์การค้าใต้ดินขนาดใหญ่อีกด้วย อาคารที่เลส์ อาลส์นี้เป็นเรือนกระจก แน่นอนว่าอาคารทุกหลังต้องได้รับทั้งคําติและชม รายการนี้ย่อมไม่พลาดฝีปากคมของลูกช่างติทั้งหลายไปได้ จะให้ดีต้องแวะไปดูกันเอาเองว่าสวยถูกใจใครบ้าง เมื่อเป็นสถานีรถไฟขนาดใหญ่ความชุกชุมของมิจฉาชีพย่อมมีมากขึ้นตามจํานวนขบวนรถไฟ จึงไม่ควรไปเยี่ยม ชมยามค่ำคืนหรือนั่งทอดอารมณ์แบบลืมโลก

ปงต์ เด ซาร์ต (Pont des Arts)

สร้างในสมัยนโปเลียนเมื่อชนะสงครามกลับมาจากอียิปต์ นําต้นทับทิมและสัมมาปลูกเต็มสองข้างสะพาน เป็นสะพานไม้ โครงเหล็กสะพานเดียวของหมู่สะพานทั้งหมดและใช้สําหรับคนข้ามเท่านั้น เมื่อข้ามจากฝั่งขวาของแม่น้ำเก ดู ลูฟวร์ (Quai du Louvre) ไปสุดบนฝั่งซ้ายที่ Institut de France อันเป็นสถาปัตยกรรมจากศตวรรษที่ 17 ออกแบบโดยหลุยส์ เลอ โว แองสตีตูต เดอ ฟรองซ์ นี้เปรียบได้กับราชบัณฑิตยสภาของประเทศไทย ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัย พระเจ้าหลุยส์ที่ 13 เพื่อรักษาความเข้มข้นและความถูกต้องของภาษาฝรั่งเศสเอาไว้

ถ้าเดินเล่นบนสะพานนี้ในหน้าร้อนจะเห็นคนมานั่งวาดรูปขายรูปกันเต็มสะพาน ได้อารมณ์ปารีสดีมาก

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet