แหล่งช้อปปิ้งและคอร์สเรียนต่างๆสไตล์ชาวปารีส ไลฟ์สไตล์สุดเก๋ที่เราอยากให้คุณได้ลอง

ปารีสเป็นแหล่งช้อปปิ้งพาราไดซ์สําหรับคนที่มีเงินถังใหญ่หรือถุงเล็ก ขอเพียงไปให้ถูกที่กับงบประมาณ มีทั้งของเก่าแอนทีคและของใหม่ที่ยังไม่มีวางหน้าร้าน การจับจ่ายในปารีสนั้นเหมือนในเมืองใหญ่ทั้งหลายทั่วโลกคือมาในทุกรูปแบบ ทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาด ร้านค้าเฉพาะอย่าง เอาต์เลต ตลาดนัด แผงลอย

ช้อปปิ้ง
เขต 9 นั้นมีห้างสรรพสินค้า 3-4 ร้านเรียงรายคอยดูดเงินคนใจอ่อนอยู่บนถนนเฮาส์มันน์ แต่ยังมีร้านโมโนปรีซ์ของดีราคาถูกเคียงคู่อยู่กับกาเลอรี ลาฟาแยต เขต 8 และเขต 1 เป็นถิ่นของ สินค้าเต็งหนึ่งอันดับหนึ่งของโลก แต่ในเขต 8 เองยังมีร้านอย่าง มิสกรีฟิส เอาใจคนกระเป๋าเบาแต่รสนิยมสูงไว้คอยบริการ

ตลาดนัด (Marché aux Puces)

จะว่าไปการไปตลาดนัดนั้นความสนุกอยู่ที่การไล่ล่าค้นหา สิ่งที่เราไม่รู้ว่ามีหรือเพียงรู้ว่าน่าจะมี ตลาดนัดหลายแห่งในปารีสก็เป็นเช่นนั้น การเลือกซื้อของโดยเฉพาะของเก่าต้องอาศัยความชํานาญเล็กน้อย มิเช่นนั้นอาจได้ของเก๊มาครอง

ตลาด (March)

ตลาดสดตามย่านต่างๆยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริงของคนปารีส คนฝรั่งเศสส่วนใหญ่เคร่งครัดกับความสดใหม่ของวัตถุดิบที่นํามาประกอบอาหาร มักจับจ่ายกันวันต่อวัน ไม่ซื้อของเก็บไว้จนเต็มตู้เย็นให้เสียคุณค่าทางอาหาร พ่อบ้านแม่บ้านที่เลือกซื้อของเองมักคิดรายการอาหารตามแต่ของที่มีในตลาด ดังนั้นจึงไม่เป็นที่แปลกใจว่าร้านอาหารเล็กๆบางแห่งไม่มีแม้เมนูพิมพ์เอาไว้ ซ้ำร้ายบางแห่งหนักถึงขั้นจัดเสิร์ฟให้คนกินเป็นชุดอย่างนั้น ไม่มีให้เลือกเหมือนนักจ่ายตลาดทั่วโลกที่คนซื้อมักมีพ่อค้า-แม่ค้าขาประจํา ความเป็นประจําที่รับประกันคุณภาพของสดได้แน่นอนกว่าตราใดๆ ดังนั้นตลาดสดของปารีสและฝรั่งเศสจึงยังเป็นศูนย์กลางการครัวอย่างเหนียวแน่น แม้มีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดยักษ์เกิดขึ้นมากมายตามนอกเมือง แต่ในตัวเมืองปารีสเองยังเหนียวแน่นกับตลาดแบบดั้งเดิม

เอาต์เลต (Outlet)

แหล่งรวมร้านค้ามีระดับเอาไว้ด้วยกัน สินค้าที่เอามาขายตามเอาต์เลตเหล่านี้มักเป็นของตกรุ่นมาจากฤดูแฟชั่นที่แล้ว นับว่าเป็นความสะดวกและประหยัดประการใหญ่สําหรับนักช้อปทั้งหลาย เอาต์เลตที่ไปง่ายและสะดวกกว่าแห่งอื่นคือ La Vallée Village ลา วาเล วีลาช ศูนย์รวมยี่ห้อดังทั้ง Givenchy, Bally, Max Mara, Salvatore Ferragamo หรือ Villeroy & Boch และอื่นๆอีกประมาณ 60 ร้าน เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00 – 19.00 น. วันเสาร์เปิดถึงเวลา 20.00 น. (ถึงสิ้นเดือนกันยายนเท่านั้น) วันอาทิตย์เปิดเวลา 11.00 – 19.00 น. นั่งรถ RER สาย 4A สถานี Val d’Europe ประมาณ 40 นาที

เข้าเรียน
ประสบการณ์คือสิ่งที่จับต้องไม่ได้แต่บางครั้งมีความหมาย มากกว่าข้าวของที่เห็นเป็นชิ้นเป็นอันเสียอีก นอกจากปารีสจะเป็นเมืองหลวงของฝรั่งเศสแล้ว ยังเป็นหนึ่งในเมืองหลวงแห่งศิลปวัฒนธรรมของโลกเมืองหนึ่งอีกด้วย การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆจึงเป็นเรื่องสนุกและนําความประทับใจมาให้ได้เสมอๆ ที่ปารีสมีโรงเรียนสอนทํากับข้าว ศิลปะ วัฒนธรรม การ ตกแต่งทั้งบ้านและบุคลิกให้เลือกเรียนอยู่พอประมาณ ดังนี้

La Belle Ecole


การนั่งโต๊ะอาหาร การเข้าสังคม ทุกอย่างตามระเบียบแบบแผนอย่างฝรั่งเศสแท้ ค่าเรียนไม่แพงจนกระเป๋าฉีก เรียนแต่งหน้าคอร์สหนึ่งประมาณ 75 ยูโร หรือจะเรียนทําเพสตรี้ก็ราคาเท่ากัน

พิกัด : เขต 16 7 rue Scheffer
Tel. (33) 01 -4704-5020
เว็บไซต์ : www.labelleecole.fr

Le Cordon Bleu

ชื่อนี้แทบไม่ต้องแนะนําให้รู้จัก แม้ไม่สามารถเจียดเวลาไปเรียนเป็นเรื่องเป็นราวได้ เลอ กอร์ดองเบลอมีคอร์สสั้นๆแบบ 1 วันให้เลือกเรียน เช่น สอนทํา Foie Gras, Petit Four หรือพาไปทัวร์ตลาดแล้วกลับมาทําอาหารกินที่โรงเรียน ราคาไม่แพงจัดเมื่อเทียบกับคุณภาพของโรงเรียน เช่น คอร์สพาทัวร์ตลาด 1 วัน หรือ 7 ชั่วโมงอยู่ที่ 122 ยูโร

พิกัด : เขต 15 8 rue Leon Delhomme
Tel. (33) 01 -5368-2250
เว็บไซต์ : www.cordonbleu.net

Le Nôtre

อีกชื่อที่คุ้นหูคุ้นตาคนไทย เลอ โนเตรอะ (Le Nôtre) เองก็มีโรงเรียนสอนทําอาหารให้มือสมัครเล่นด้วยเช่นกัน สถานที่สอนคือร้านบนถนนชองป์ เซลิเซส์ เอาเป็นว่าสถานที่สวยนําไปแล้ว ทําอะไรออกมาก็น่าจะอร่อย ปารีสมีกฎหมายว่าด้วยการลดราคา 1 ปีจะลดราคา 2 ครั้ง หน้าหนาวและหน้าร้อน หน้าหนาวเริ่มตั้งแต่ประมาณกลางมกราคม ไป 6 อาทิตย์ หน้าร้อนเริ่มตั้งแต่ปลายมิถุนายนไปอีก 6 อาทิตย์ วันที่เริ่มจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี ทางห้างจะลดมากขึ้นไปตามลําดับแต่ละอาทิตย์

พิกัด : เขต 8 10 Avenue des Champs Élysées
เว็บไซต์ : www.lenotre.fr

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet