A Taste of Paris ตามล่าคาเฟ่เด็ด เรสเตอรองหรู และสารพัดร้านของกินทั่วปารีส

คาเฟ่ เดอ ลา เปซ์ (Café de la Paix)

พิกัด : 12 Blvd des Capucine

ถ้าได้แวะไปกินร้านนี้อยู่ตรงข้ามกับโอเปร่าพอดี อย่าลืมระลึกถึงชาวเสรีไทยที่ได้เคยมาชุมนุมกันที่นี่เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อช่วยวางแผนกู้บ้านกู้เมือง หรือจะลองจินตนาการว่ามีลูกค้าเก่าก่อนของร้าน เช่น วิคเตอร์ ฮูโก หรือ ออสการ์ ไวล์ด มา นั่งใกล้ๆ เพิ่มความตื่นเต้นก็ไม่เลว ร้านนี้ออกแบบโดยชาร์ลส์ การ์นิเยร์ สถาปนิกผู้ออกแบบโอเปร่า เฮาส์ ที่อยู่ตรงข้าม แม้ว่าร้านนี้จะเป็นร้าน “ในเครือ” ของโรงแรมใหญ่ไปแล้วก็ตาม แต่ยังรักษาคุณภาพเฟรนช์ คูซีนแนวหน้าไว้ได้ ถ้าไปปารีสยามหน้าร้อน หาโอกาสนั่งโต๊ะที่อยู่หน้าร้านฝั่งโอเปร่าเพื่อดูคนแต่งตัวเก๋ๆเดินไปเดินมา ชาร์ลส์ การ์นิเยร์สถาปนิก ผู้ออกแบบร้านนี้คือคนที่ออกแบบโอเปร่าฝั่งตรงข้าม ตั้งใจให้ร้านนี้เป็นเวทีของคนมาดูโอเปร่าจะได้ไม่เสียเที่ยวที่แต่งตัวสวยมาแล้ว

ต้องขอรายงานว่าห้องน้ำร้านนี้นอกจากสวยแล้วยังสะอาดที่สุดในจํานวนห้องน้ำและร้านอาหารที่แวะเวียนไปสํารวจมา สนนราคาร้านนี้ไม่ใช่ถูกแต่ไม่ถึงกับว่ากินแล้วจะยากจน มื้อเที่ยงครบคอร์สสําหรับ 2 คน ตกอยู่ที่ 60-80 ยูโร ไม่รวมไวน์

เทเลอวองต์ (Taillevent)

พิกัด : 15 Rue Lamennais

ร้านนี้เปิดกิจการในปี ค.ศ. 1946 เป็นร้านอาหารชั้นแนวหน้าของปารีสมาแล้ว 3 ชั่วอายุคน ตัวร้านอยู่ในอาคารที่สร้างเป็นบ้านของดยุคแห่งมอนยีเมื่อปี ค.ศ. 1852 ภายหลังเปลี่ยนเป็นสถานทูตของปารากวัย ดังนั้นจึงรับประกันได้ในเรื่องความสวยงามอลังการ เทเลอวองต์รับดาว 3 ดวงของมิชลินมาเพิ่มความมหัศจรรย์เมื่อ ปี ค.ศ. 1973 สนนราคาอาหารแต่ละมือขึ้นอยู่กับเมนู เริ่มตั้งแต่ 70 ยูโร (ต่อคน) สําหรับอาหารกลางวัน มื้อเย็นมีให้เลือกหลายราคา ประมาณ 120-140 ยูโร เมนูที่แพงสุดอยู่ที่ 190 ยูโร

มาริยาจ เฟร์ (Mariage Freres)

พิกัด : 13 rue des Grand Augustins เขต 6 260 rue Faubourg Saint Honore Etoile เขต 8 30 & 35 rue du Bourg Tibourg Le Marias เขต 4

ขายชาเป็นกิจการหลักมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1854 ในร้านมีปั้นใส่ชานับ 100 รส 100 กลิ่นให้เลือกซื้อหากลับไปชงที่บ้าน บรรยากาศของร้านเกือบทุกสาขาตกแต่งให้เหมือนอยู่ในสมัยอาณานิคม ชาที่ขอแนะนําคือ Marco Polo และ Earl Grey Silver Tips หรือ Earl Grey French Blue ทั้ง 3 รสหอมพอดีๆ ไม่ร่ำดอกไม้จนฉุนเกินงาม Eros เป็นอีกรสหนึ่งที่ดื่มแล้วจะชวนให้นึกถึงความรักที่หวานสมชื่อเทพแห่งความรักเลยทีเดียว

เลอ โนเตรอะ (Le Notre at Pavilion)

พิกัด : 10 Avenue des Champs Elysees

Le Notre มีสาขามากมายทั่วปารีส แต่ร้านที่อยู่บน Avenue des Champs Elysees นี้น่ารักน่านั่ง เมื่อช้อปปิ้งของแพงบน Champs Elysees เสร็จแล้วจะเดินไป Place de la Concorde หรือ Louvre อาจหยุดพักเหนื่อยที่ Pavilion Champs Elysees อันเป็นที่ตั้งของร้านนี้ที่ทั้งเก๋ ทั้งอร่อย ราคาอาจแพงกว่าคาเฟอื่นๆนิดหน่อยแต่ไม่ถึงกับกระเป๋าฉีก จะกินเป็นมื้ออิ่มหรือจะนั่งจิบน้ำชาเบาๆก็ได้ ถ้ามีเวลาเหลือเฟือขอแนะนําให้ไปลองเรียนทําอาหารหรือขนมตามแบบฉบับของมงซิเออร์ เลอ โนเตรอะซึ่งสอนกันที่สาขานี้แหละ

แอร์ดอาร์ด (Hediard)

พิกัด : 21 Place de la Madeleine

ร้านนี้เริ่มมาจากการนําเข้าสับปะรดแล้วขยายเป็นของกินหายากอย่างอื่นๆจนมาถึงปัจจุบัน มีหลายสาขาทั่วปารีสอีกเช่นกัน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังคือมารง กลาเซ่ หรือเกาลัดเชื่อม ด้านบนของร้านเปิดเป็นภัตตาคาร เพดานร้านนี้สวยพอๆกับกาเลอรี ลาฟาแยต นอกจากนี้แอร์ดิอาร์ดยังปรุงชาส่งทําเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสเป็นเกียรติเป็นศรีอีกรายการหนึ่ง

โฟซอง (Fauchon)

พิกัด : 26 Place de la Madeleine

ถ้าไปแอร์ดิอาร์ดแล้วไม่แวะโฟของอาจถูกหาว่าลําเอียง 2 ร้านมีลักษณะคล้ายกันคือเป็นแหล่งรวมของกินที่สรรแล้วว่าดี ว่าแพง เดินให้ทั่วร้านต้องเจอของชอบได้สักอย่างแน่นอน ร้านนี้มีมุมแบ่งเป็นภัตตาคารเช่นกัน ที่เด่นคือของซื้อกลับบ้าน บางคนอ้างว่ามาการงร้านนี้เริ่ดที่สุด

เมซอง ดู ชอกโกลาด (Maison du Chocolat)

พิกัด : 225 rue du Faubourg St. Honoré bun 8 52 rue Francois เขต 1 8 Blvd de la Madeleine เขต 8 19 rue de Sevres เขต 6 120 avenue Victor Hugo เขต 16

Robert LinX เปิดร้านบน rue du Faubourg St. Honore เป็นร้านแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1977 บัดนี้ Maison du Chocolat มี 5 สาขาทั่วปารีส (อีก 2 สาขาใช้ชื่อต่างไปคือ Printemps de la Maison, 64 Blvd Haussmann และ Carrousel du Louvre, 99 Tue de Rivoli) และอีกมากมายทั่วโลก ถ้าอยากนั่งพักเหนื่อยจิบช็อกโกแลตร้อน-เย็นต้องไปที่ 3 สาขาแรก ร้านบน Faubourg St. Honore นี้อยู่ตรงข้ามฟากถนนกับ Mariage Freses ก่อนแวะไปดื่มชาร้านโน้นจะแวะซื้อช็อกโกแลตร้านนี้ไปแกล้มก็วิเศษเหมือนกัน เมนูช็อกโกแลตจะเปลี่ยนไปตลอดปีขึ้นอยู่กับวัตถุดิบในฤดูนั้นๆเพื่อให้ได้ของสดที่สุดมาใช้ เช่น มีช็อกโกแลตราสเบอรี่ตอนปลายหน้าร้อน เป็นต้น จะชิมให้ครบทุกรสต้องหมั่นแวะไปทั้งปี

Restaurant du Musée d’Orsay Musée d’Orsay

หากเมื่อยหรืออยากนั่งพักไม่ควรพลาดร้านอาหารในมิวเซียม เพราะทั้งถูกทั้งดี ร้านอาหารในพิพิธภัณฑ์นี้มีให้เลือก 3 แห่งตั้งแต่ ระดับคาเฟ คือ คาเฟ เด โซเตรส (Café des Hauteurs) หน้าร้อนเปิดให้ออกไปนั่งบนระเบียงชมวิวแม่น้ำและสถานที่สําคัญๆบนฝั่งขวาได้ นอกจากนี้มีภัตตาคารแบบบริการตัวเองชื่อ The Mezzanine ซึ่งราคาย่อมเยากว่า Musée d’Orsay Restaurant ซึ่งสวยระยิบด้วยฝ้าเพดานลวดลายงดงาม ปิดท้ายด้วยไอศกรีมหวานมัน หากใครระวังเรื่องน้ำหนักอาจท้อใจเมื่อสั่งอีกครั้งหลังกิน สนนราคาอาหารร้านนี้ไม่แพง

ลา กรอง เอพิเคอรี (La Grande Epicerie)

พิกัด : 38 rue de Sevres

ร้านนี้เป็นส่วนหนึ่งของร้าน Bon Marché ศูนย์การค้าแห่งแรกของปารีสและแห่งเดียวของฝั่งซ้าย เป็นเหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตสวรรค์ ถ้าให้จัดลําดับร้านของกินแบบเดียวกัน ต้องขอยกให้ร้านนี้เป็นที่หนึ่ง เป็นร้านที่ไฮโซปารีสมาจ่ายตลาด สตรอเบอรี่ลูกแดงสดปลั่งแม้จะไม่ได้อยู่ในฤดูกาล สวยกว่า ที่วางขายในโฟชอง ซาก็มีให้เลือกจนเหนื่อย เนยแข็งนั้นหอมจนน้ำย่อยพุ่ง ขนมนมเนยนั้นทั้งสวยทั้งอร่อย ห้ามไปเวลาหิวเด็ดขาด ร้านนี้เหมาะเหลือเกินที่จะหาของดีของฝรั่งเศสไปนั่งปิกนิกในสวนลุกเซมบวร์กใกล้ๆหรือใส่ตะกร้าข้ามน้ำไปจนถึงทรอคาเดโร เพื่อนั่งดูหอไอเฟลให้สะใจกันจนถึงที่สุด

ลา ตูร์ ดาร์ชองต์ (La Tour d’Argent)

พิกัด : เขต 5 15 & 17 Quai de Tournelle

เป็นร้านแรกที่ใช้ส้อมเป็นอุปกรณ์ในการกินตั้งแต่ปี ค.ศ. 1582 ความประณีตและฝีมือที่เลื่องชื่อยังทําให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ต้องเสด็จจากแวร์ซายส์อันลือลั่นของพระองค์มาเสวยที่ภัตตาคารนี้ เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินทั้งในยุโรปและต่างทวีปต่างเสด็จเยือนร้านนี้กันครบแทบทุกพระองค์ทุกสมัย จานเด็ดที่ไม่ควรพลาดคือ Duck Flambe เป็นรายการที่อยู่ ในเมนูมานมนานกาเล เป็ดทุกตัวที่นี่ติดเบอร์ไม่มีมั่ว ตั้งแต่เริ่มกิจการมาเสิร์ฟเป็ดไปแล้ว 1 ล้านตัว ถ้าไม่เด็ดจริงไม่มีทางถึงสถิตินี้แน่ อาหารเลิศรส ร้านสวยคลาสสิก ผสานกับความอมตะนิรันดร์กาลของนอเตรอะ ดามที่ตระหง่านอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำแซนจะทําให้ทุกคนที่มาเยือน ลา ตรู์ ดาชองต์ คิดว่าอาหารมื้อนี้เป็นหนึ่งในสรวงสวรรค์ ซึ่งก็แน่นอนว่าราคาต้องเฉียดสวรรค์ด้วย

เชราล์ด มูโลต์ (Gerard Mulot)

พิกัด : เขต 5 76 Rue de Seine

ร้านนี้เน้นแต่ขนมโดยเฉพาะมาการง แต่อย่างอื่นก็ไม่ได้ด้อยน้อยหน้าเลย เป็นร้านเล็กๆไม่มีที่นั่ง ได้แต่ซื้อออกไปรับประทานข้างนอก เหมาะสําหรับจะซื้อไปปิกนิกที่สวนลุกเซมบวร์ก หรือข้ามไปนั่งดูปารีสที่ Place du Vert Galant ก็ไม่ไกลกันจนขนมเซ็ง

บราสรีส์ บัลซาร์ (Brasserie Balzar)

พิกัด : เขต 5 49 Rue des Ecole

ร้านนี้อยู่ใกล้ซอร์บอนเหมือนอย่างที่ชื่อถนนบอกเป็นนัยๆ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ร้านนี้เป็นเวที่ถกเถียงและเป็นที่เกิดของความคิดใหม่ๆตลอดทุกช่วงในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส หนึ่งในจานเด็ดของร้านนี้คือซุปหัวหอมที่ทําจากซุปไก่ แต่ต้องไปมื้อเย็นเพราะเดี๋ยวไม่ทันขายมื้อกลางวัน บรรยากาศในร้านเป็นเหมือนบราสรีส์ทั่วไปที่คนมานั่งกินสบายๆ ไม่เร่งรีบ การตกแต่งไม่ได้เด่นหรูข่มคนกินให้ตัวเกร็งแข็ง คุณภาพอาหารที่ได้มาตรฐานชาวปารีเซียงสามารถดึงดูดให้ร้านนี้มีลูกค้าประจําได้อย่างไม่ขาดสาย ราคาปานกลางไม่ถูกไม่แพง สมราคาอาหารอร่อย

มิรามา (Mirama)

พิกัด : เขต 5 17 Rue Saint Jacques

ถ้าเบื่อบรรยากาศนมเนย อยากแวะซดบะหมี่ เป็ดย่าง หมูแดงร้อนๆ เมื่อไหร่ลองแวะที่ร้านมิรามาในเขต 5 เป็นร้านเล็กๆแต่คุณภาพเกินตัว เจ้าของร้านและคนเสิร์ฟเป็นมิตรผิดกับร้านจีน ส่วนมากที่สักแต่ว่าตักมาให้กินไปแค่พอเสร็จ หากจะหาร้านนี้ให้หาโบสถ์แซงต์ เซเวแรง (St. Severin) บนถนนแซงต์ มากส์ (Saint Jacques) ให้เจอ แล้วหันหลังให้โบสถ์ต้องเห็นอย่างแน่นอน แม้เป็นร้านจีนที่ไม่ได้อยู่ในเขตคนจีน แต่อร่อยเหมือนอยู่ฮ่องกง ร้านนี้อยู่ใกล้ๆ นอเตรอะ ดาม สวนลุกเซมบวร์ก และ ซอร์บอน รับรองต่อมอร่อยต้องขอบคุณที่พาไปกิน

ลาดูเร (Ladurée)

พิกัด : 75 Ave des Champs Elysees เขต 8 16 Rue Royale เขต 8 21 Rue Bonaparte เขต 6

ร้านนี้มีหลายสาขาอีกเช่นกัน เพียงแวะซื้อมาการงหอมหวานอร่อยและขนมอื่นๆกลับบ้าน หรือนั่งรับประทานอาหาร น้ำชา กาแฟและขนมอื่นๆได้ทั้งนั้น อร่อยแทบทุกอย่างในเมนู ร้านที่ Champs Elysees ออกจะคิวยาวกว่าร้านอื่น ร้านบนถนน Bonaparte ค่อนข้างเงียบสงบ สวยงาม ถ้าแวะเข้าห้องน้ําอาจหลงคิดว่าหลุดเข้าไทม์แมชชีนไปยุคโบราณได้

ดาลาโย (Dalloyau)

พิกัด : 101 rue du Fabourg St. Honoré bun 8 2 Place Edmond Rostand เขต 6

มีหลายสาขาในปารีสอีกเช่นกัน บางสาขาขายแต่ขนม ห่อกลับบ้านบางสาขามีทั้งภัตตาคารและร้านชาอยู่ด้วยกัน ร้านนี้เริ่มกิจการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1802 เมื่อปฏิวัติฝรั่งเศสเสร็จสิ้นไป เหล่าพ่อครัวของบรรดาเจ้าทั้งหลายต้องดิ้นรนหากินเอง จึงพากันเปิดร้านของตัวเอง มีร้านนี้แหละที่อยู่รอดมาได้จนทุกวันนี้เป็นเวลากว่า 200 ปีแล้ว ครัวซองต์เป็นหนึ่งในของเด็ดสําหรับร้านนี้ แม้ไม่ “อิน” เท่าไหร่ ก็ขอได้โปรดและชิมสักชิ้นเถิด ถ้า “อิน” มากหน่อยอยากนั่งรับประทาน ขอแนะนําร้านบนถนน Edmond Rostand ในเขต 6 เป็นร้านออกแนวหรู จะได้นั่งชมสวนลุกเซมบวร์กอย่างสบายใจแต่อาจไม่สบายกระเป๋าเท่าไหร่

แบร์ตียง (Berthillon )

พิกัด : 31 rue St. Louis en Île

แบร์ติยงเป็นสุดยอดร้านไอศกรีมของปารีส มีกว่า 30 รสให้เลือก ที่ทําให้ไอศกรีมร้านนี้อร่อยยิ่งขึ้นไปอีกคือแถวยาวเลี้ยวลดไปบนถนน St. Louis en le ในหน้าร้อน

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet