เรื่องกินของชาวฝรั่งเศสที่เป็นยิ่งกว่าหนึ่งในปัจจัยสี่

ร้านอาหารในปารีสนั้นมีทุกหย่อมหญ้า มีให้เลือกทุกชาติ ภาษาและสนนราคา การเสี่ยงดวงเลือกร้านอาหารตามที่เห็นว่าเก๋ ย่อมไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด แถมยังเป็นการเพิ่มรสชาติให้การท่องเที่ยวอีกต่างหาก เป็นที่ข้องใจกันเสมอมาว่าจะต้องวางทิปหรือไม่เมื่อจ่ายเงินแล้ว ผู้รู้เคยอธิบายว่าราคาอาหารที่จ่ายไปแล้วนั้นรวมค่าบริการไว้แล้วเบ็ดเสร็จจึงไม่จําเป็นที่จะต้องวางทิปไว้ต่างหากเช่นในอเมริกา หากว่าบริการที่ได้รับโดนใจสุดแรงอาจมีการเพิ่มทิปไปได้อีกตามอัธยาศัย

ร้านอาหารเกือบทุกแห่งจะมีน้ำเปล่ายกมาให้เป็นเหยือก พร้อมขนมปังซึ่งคิดรวมอยู่กับค่าอาหารเช่นเดียวกับค่าบริการ หากสั่งน้ำแร่หรือน้ำขวดราคาจะใกล้เคียงกันหรือบางที่แพงกว่าเฮาส์ ไวน์ (House Wine) น้ำอัดลมประเภทเป๊ปซี่ โค้ก มีให้เลือกสั่ง แต่บางร้านคนเสิร์ฟอาจค้อนให้เล็กน้อยก่อนเสิร์ฟ เคยถูกค่อนว่ากินเป็นอเมริกันแชมเปญไปก็มี

ว่าด้วยความแตกต่างของร้านอาหารที่มีอยู่นั้นขอแจกแจงไว้ย่อๆว่ามี 4 ประเภทคือ ภัตตาคาร (Restaurant) บราสรีส์ (Brasseries) บีสโตร (Bistro) คาเฟ (Café) และร้านชา (Salon de Thé)

1. ภัตตาคาร (Restaurant)

คําว่า Restaurant นั้นมาจากศัพท์คําว่า Restore ความหมายง่ายๆ คือ เป็นที่เติมพลังกลับคืนมา ภัตตาคารเป็นร้านอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบหรูหราที่สุดในบรรดาร้านอาหารด้วยกัน อาหารมีการประดิดประดอย การกินจะมีขั้นตอน บางแห่งยุ่งยากยาวนานถึง 4 ชั่วโมง เปิด-ปิดเป็นเวลา

2. บราสรีส์ (Brasseries)

บราสรีส์นั้นเป็นร้านอาหารที่มาจากถิ่นอัลซัจ เมื่อก่อนกลั่นเบียร์ขายกับอาหารเป็นหลัก ปัจจุบันขายอาหารฝรั่งเศสทั่วไป ขั้นตอนในการกินน้อยกว่าเรสตัวรองต์ บางแห่งเปิดทั้งวัน บางแห่งมีการหยุดพักเหนื่อยเป็นช่วงๆ

3. บีสโตร (Bistro)

บีสโตรเป็นร้านอาหารจานด่วนแบบโบราณ ประเภทรีบกิน รีบไป แต่อาหารอร่อยและประณีตกว่าร้านอาหารจานด่วนของทุกวันนี้ ร้านอาหารประเภทบีสโตรนี้เป็นที่แจ้งเกิดของพ่อครัว เซเลบริตี้ของฝรั่งเศสมานับไม่ถ้วนแล้ว

4. คาเฟ (Café)

คาเฟคือร้านอาหารที่กินง่ายที่สุด คือหิวเมื่อไหร่แวะกินได้ ทันที เปิดตลอดวันไปจนถึงดึก รายการอาหารจํากัดกว่าบีสโตร อาหารเช้ายอดนิยมในคาเฟของฝรั่งเศสคือ ไข่ต้ม มีไว้บริการแทบจะทุกคาเฟเลยทีเดียว คาเฟนราคาย่อมเยากว่าร้านอาหารประเภทอื่น การรับประทานที่คาเฟนั้นราคาไม่เท่ากัน ถ้ายืนกินจะถูกที่สุด นั่งในร้านจะถูกกว่านอกร้าน ทั้งนี้มิใช่เพราะร้านไม่มีเก้าอี้ หากแต่เป็นเพราะภาษีที่คนกินต้องจ่ายให้รัฐบาลนั้นลดหลั่นตามลําดับที่กล่าวมานั่นเอง

5. ร้านชา (Salon de Thé)

Salon de The ขายชาเป็นหลัก มักมีขนมแกล้มชาไว้บริการ อาจมีรายการอาหารอื่นแซมเล็กๆ แต่มักไม่มีอาหารที่ยุ่งยาก เช่น ฟิเลมิยอง หรือเนื้อลูกวัวอบราดซอสสตรอเบอรี่จากดาวอังคารไว้บริการแน่นอน ดังนั้นถ้าหิวมากต้องพิจารณาเมนูก่อนเข้าไปครบทุกคอร์ส ไม่ใช่ทานแต่ Entrée (อาหารเรียกน้ำย่อย) หรือ อาหารจานหลัก และที่สําคัญคือต้องไม่เอามาแบ่งกันทานเหมือนตอนอยู่บ้าน เพราะผิดธรรมเนียมอย่างยิ่ง

ร้านอาหารที่ฝรั่งเศสจะต้องมีเมนูวางไว้ให้ลูกค้าดูที่หน้าร้านก่อนเข้าไป เพื่อให้ลูกค้ารู้ทั้งราคาและอาหารที่มีเสิร์ฟในวันนั้นๆ เรียกว่าไม่มีข้อปิดบังอําพราง

สุดยอดเชฟระดับมือทอง

ตามปกติแต่ละประเทศจะต้องมีขวัญใจประจําชาติ ซึ่งอาจเป็นนักฟุตบอล ดารา นักร้อง แต่ในหมู่ผู้มีชื่อเสียงที่เป็นขวัญใจ ของชาวฝรั่งเศส จะต้องมีชื่อของเชฟระดับมือทองรวมอยู่ด้วยเสมอ และที่เป็นตํานานกล่าวขานกันว่าฝีมือยอดเยี่ยมและทําให้ชื่อเสียงของอาหารฝรั่งเศสขจรขจายไปทั่วโลก ได้แก่ Ducasse, Bocuse, Blanc, พี่น้อง Pourcel และ Veyral

กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นระดับแนวหน้านั้น เชฟแต่ละคนต้องทํางานหนักแลกด้วยหยาดเหงื่อ และบางรายถึงกับใช้ชีวิตเป็นเดิม พัน หากใครเคยดูหนังเรื่องวาร์แตล (Vartel) แล้วไม่เข้าใจว่าทําไมท้ายที่สุดพระเอกของเรื่องถึงต้องฆ่าตัวตาย ขอเฉลยให้สิ้นสงสัยไว้ตรงนี้ว่า เกียรติยศความเป็นพ่อครัวเอกมันค้ำคอ อ่านเรื่องวาร์แตล อีกครั้งตอนไปเที่ยวโวซ์ เลอ วีกงต์ พ่อครัวอีกคนที่ฆ่าตัวตายเพราะทนความกลัวว่าดาวที่ได้มาจะหลุดออกไปจากครัวคือ แบร์นาร์ด ลัวโซ (Brenard Loiseau) แกชิงเอาปืนยาวคู่ชีพปลิดชีวิตตัวเอง ก่อนที่หนังสือมิเชลลินจะออกมาเพราะมีข่าวลือว่าจะถูกริบดาว แต่เอาเข้าจริงพอหนังสือออกหลังจากที่แก่ตายไปได้แค่ 4 วัน ดาวทั้งสามยังติดครัวอยู่ไม่ไปไหน… มีอีกรายไม่อยากถูกบีบคั้น ขอรีบคืนดาวให้มิชเชลลินไปเฉยๆก็มี

เห็นหรือยังว่าเรื่องกินของคนฝรั่งเศสนั้นเป็นยิ่งกว่าหนึ่งในปัจจัยสี่

ภาษาอาหาร

การสั่งอาหารในร้านอาหารนั้นต้องสั่งให้ครบชุด อาหารกลางวันหนึ่งชุดมี 3 คอร์สคือ อองเทร (Entrée) คืออาหารจานแรก อาจเป็นซุปหรือสลัด ตามด้วยอาหารจานหลัก ปิดท้ายรายการ ด้วยชา กาแฟ และของหวาน อาหารเย็นจะมีทั้งซุป สลัด อาหาร หลัก ชีส ของหวาน และชาหรือกาแฟ ตามด้วยเหล้าหวาน

การสั่งไวน์ในร้านอาหารนั้นไม่ยาก ร้านอาหารชั้นดีมักมีคน แนะนําไวน์เรียกว่าซอมลีเยร์ (Sommelier) คอยชี้แนะ คนพวกนี้รู้จริง ไม่มั่ว อาศัยใจรัก การฝึกฝนและประสบการณ์ จึงเชื่อถือได้

ถ้ารับประทานที่ร้านคาเฟธรรมดา สั่งเฮาส์ไวน์มาดื่มก็มักไม่ผิดหวัง ฝรั่งเศสเป็นดินแดนแห่งไวน์ชั้นยอด จึงเชื่อได้ว่าไวน์ที่ สั่งมามักอร่อยแทบทุกขวด

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet